ซาอุฯ ยิงโดรนร่วงอีก! กลุ่มฮูตีอ้างบังคับเรือบรรทุกน้ำมันกลับลำ

ซาอุดีอาระเบียระบุเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาว่า กองกำลังป้องกันภัยทางอากาศได้ยิงโดรนที่ยิงโดยกลุ่มติดอาวุธที่อิหร่านหนุนหลังในอิรักตกเป็นวันที่สองติดต่อกัน ขณะที่กลุ่มกบฏฮูตีที่อิหร่านหนุนหลังในเยเมนอ้างว่าได้บังคับเรือบรรทุกน้ำมันของซาอุดีอาระเบียให้หันหัวกลับ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการปิดล้อมชายฝั่ง.
การโจมตีดังกล่าวตอกย้ำถึงความตึงเครียดที่ยังคงมีอยู่ แม้ว่าจะมีช่วงเวลาที่สงบระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน โดยทั้งสองฝ่ายไม่ได้ประกาศการโจมตีใดๆ เป็นเวลาหลายวัน หลังจากการยกระดับความขัดแย้งนานหลายสัปดาห์ในบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ.
กระทรวงกลาโหมซาอุดีอาระเบียออกแถลงการณ์ว่า ระบบป้องกันภัยทางอากาศได้ตรวจจับและทำลายโดรนหลายลำที่พยายามจะโจมตีโรงงานปิโตรเลียมในภูมิภาคตะวันออกของประเทศ โดยระบุว่าการโจมตีครั้งนี้ ‘ถูกยิงจากดินแดนอิรักอีกครั้ง และดำเนินการโดยกลุ่มก่อการร้ายที่เกี่ยวข้องกับอิหร่าน’.
นายกรัฐมนตรีอิรัก อาลี อัล-ไซดี ได้สั่งให้หน่วยงานความมั่นคงสอบสวน หลังจากที่ซาอุฯ อ้างว่ามีการโจมตีในลักษณะเดียวกันเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา.
กองทัพอิรักระบุในแถลงการณ์ว่า อิรักยึดมั่นใน ‘การป้องกันไม่ให้ดินแดนของอิรักถูกใช้เป็นเส้นทางหรือจุดเริ่มต้นสำหรับการโจมตีใดๆ ที่มุ่งเป้าไปที่ประเทศพี่น้องหรือประเทศที่เป็นมิตร’ อย่างไรก็ตาม กลุ่มติดอาวุธในอิรักได้ปฏิเสธความเกี่ยวข้องใดๆ กับการโจมตีด้วยโดรน.
กลุ่ม ‘Islamic Resistance in Iraq’ ซึ่งเป็นกลุ่มติดอาวุธที่อิหร่านหนุนหลังได้ออกมาเรียกข้ออ้างของซาอุฯ ว่าเป็น ‘การกุเรื่อง’ และบอกเป็นนัยว่าการโจมตีเมื่อวันจันทร์นั้นดำเนินการโดยกลุ่มฮูตี ซึ่งกลุ่มฮูตีเองก็อ้างว่าได้โจมตีโรงงานน้ำมันของซาอุฯ.
ในขณะเดียวกัน กลุ่มฮูตีอ้างว่าได้ยิงขีปนาวุธใส่เรือบรรทุกน้ำมันซาอุฯ NCC Ghazal บังคับให้เรือต้องหันหัวกลับ และเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว กลุ่มฮูตีได้ประกาศปิดล้อมการขนส่งสินค้าของซาอุฯ ซึ่งทำให้เส้นทางน้ำสำคัญอีกแห่งในตะวันออกกลาง คือบริเวณช่องแคบ Bab el-Mandeb ที่นำไปสู่ทะเลแดงตกอยู่ในความเสี่ยง.”
ที่มา: South China Morning Post