⚡ ข่าวด่วน
|
🌤️ กำลังโหลด... | 📅 29 กรกฎาคม 2569

ซาอุฯ ยิงโดรนร่วงอีก! กลุ่มฮูตีอ้างบังคับเรือบรรทุกน้ำมันกลับลำ

🕒 29 กรกฎาคม 2569 ⏱️ อ่าน 4 นาที 👁️ 3 วิว ✍️ ฝ่ายข่าวต่างประเทศ ทีมข่าว ThaiPTV
นายกรัฐมนตรีอิรัก อาลี อัล-ไซดี ในกรุงอังการา ประเทศตุรกี เมื่อวันอังคาร Photo: AFP
นายกรัฐมนตรีอิรัก อาลี อัล-ไซดี ในกรุงอังการา ประเทศตุรกี เมื่อวันอังคาร Photo: AFP

ซาอุดีอาระเบียระบุเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาว่า กองกำลังป้องกันภัยทางอากาศได้ยิงโดรนที่ยิงโดยกลุ่มติดอาวุธที่อิหร่านหนุนหลังในอิรักตกเป็นวันที่สองติดต่อกัน ขณะที่กลุ่มกบฏฮูตีที่อิหร่านหนุนหลังในเยเมนอ้างว่าได้บังคับเรือบรรทุกน้ำมันของซาอุดีอาระเบียให้หันหัวกลับ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการปิดล้อมชายฝั่ง.

การโจมตีดังกล่าวตอกย้ำถึงความตึงเครียดที่ยังคงมีอยู่ แม้ว่าจะมีช่วงเวลาที่สงบระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน โดยทั้งสองฝ่ายไม่ได้ประกาศการโจมตีใดๆ เป็นเวลาหลายวัน หลังจากการยกระดับความขัดแย้งนานหลายสัปดาห์ในบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ.

กระทรวงกลาโหมซาอุดีอาระเบียออกแถลงการณ์ว่า ระบบป้องกันภัยทางอากาศได้ตรวจจับและทำลายโดรนหลายลำที่พยายามจะโจมตีโรงงานปิโตรเลียมในภูมิภาคตะวันออกของประเทศ โดยระบุว่าการโจมตีครั้งนี้ ‘ถูกยิงจากดินแดนอิรักอีกครั้ง และดำเนินการโดยกลุ่มก่อการร้ายที่เกี่ยวข้องกับอิหร่าน’.

นายกรัฐมนตรีอิรัก อาลี อัล-ไซดี ได้สั่งให้หน่วยงานความมั่นคงสอบสวน หลังจากที่ซาอุฯ อ้างว่ามีการโจมตีในลักษณะเดียวกันเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา.

กองทัพอิรักระบุในแถลงการณ์ว่า อิรักยึดมั่นใน ‘การป้องกันไม่ให้ดินแดนของอิรักถูกใช้เป็นเส้นทางหรือจุดเริ่มต้นสำหรับการโจมตีใดๆ ที่มุ่งเป้าไปที่ประเทศพี่น้องหรือประเทศที่เป็นมิตร’ อย่างไรก็ตาม กลุ่มติดอาวุธในอิรักได้ปฏิเสธความเกี่ยวข้องใดๆ กับการโจมตีด้วยโดรน.

กลุ่ม ‘Islamic Resistance in Iraq’ ซึ่งเป็นกลุ่มติดอาวุธที่อิหร่านหนุนหลังได้ออกมาเรียกข้ออ้างของซาอุฯ ว่าเป็น ‘การกุเรื่อง’ และบอกเป็นนัยว่าการโจมตีเมื่อวันจันทร์นั้นดำเนินการโดยกลุ่มฮูตี ซึ่งกลุ่มฮูตีเองก็อ้างว่าได้โจมตีโรงงานน้ำมันของซาอุฯ.

ในขณะเดียวกัน กลุ่มฮูตีอ้างว่าได้ยิงขีปนาวุธใส่เรือบรรทุกน้ำมันซาอุฯ NCC Ghazal บังคับให้เรือต้องหันหัวกลับ และเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว กลุ่มฮูตีได้ประกาศปิดล้อมการขนส่งสินค้าของซาอุฯ ซึ่งทำให้เส้นทางน้ำสำคัญอีกแห่งในตะวันออกกลาง คือบริเวณช่องแคบ Bab el-Mandeb ที่นำไปสู่ทะเลแดงตกอยู่ในความเสี่ยง.”

ที่มา: South China Morning Post

แชร์ข่าวนี้: Facebook X (Twitter) LINE

📰 ข่าวที่เกี่ยวข้อง