พิพิธภัณฑ์และหอดูดาวโคราช 90 ล้านบาท ถูกทิ้งร้างนานนับทศวรรษ

นครราชสีมา, ประเทศไทย – โครงการห้องสมุดและหอดูดาวโคราช ซึ่งใช้งบประมาณก่อสร้างกว่า 90 ล้านบาท แต่กลับถูกทิ้งร้างและปล่อยให้ทรุดโทรมมานานนับทศวรรษ กำลังเป็นประเด็นที่สร้างความกังวลและตั้งคำถามถึงการบริหารจัดการโครงการที่ได้รับทุนสนับสนุนจากรัฐบาลในหมู่ชาวนครราชสีมา
โครงการห้องสมุดมีชีวิตโคราช (Korat Living Library) และหอดูดาวนครราชสีมา ในอำเภอเมือง เคยถูกมองว่าเป็นโครงการสำคัญของจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งดำเนินการก่อสร้างโดยองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) สร้างเสร็จในปี 2013 บนพื้นที่ 6 ไร่ ภายในโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้า นครราชสีมา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นศูนย์การเรียนรู้ตลอดชีวิตที่ทันสมัย พร้อมระบบคอมพิวเตอร์และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ครบครัน
สาเหตุหลักของการปิดตัวลงคือข้อพิพาททางกฎหมายระหว่างฝ่ายบริหารจังหวัดกับผู้รับเหมา โดยจังหวัดกล่าวหาว่าผู้รับเหมาไม่ส่งมอบโครงการตามข้อกำหนดที่ระบุไว้ ข้อพิพาทนี้ถูกส่งไปยังอนุญาโตตุลาการและบานปลายไปถึงศาลปกครอง ทำให้โครงการยังคงค้างอยู่ในกระบวนการทางกฎหมาย

สภาพโครงการในปัจจุบันและความกังวลของประชาชน
จากการตรวจสอบล่าสุดพบว่าอาคารห้องสมุดสองชั้นอยู่ในสภาพทรุดโทรมอย่างเห็นได้ชัด ผู้สื่อข่าวไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปบันทึกภาพสภาพภายในอาคาร เนื่องจากมีรั้วโลหะกั้นพร้อมเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคอยควบคุมการเข้าออก

ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ใกล้เคียงเล่าว่า สิ่งอำนวยความสะดวกเหล่านี้เคยเปิดให้ประชาชนใช้งานเป็นระยะเวลาสั้นๆ โดยเฉพาะหอดูดาว ซึ่งเคยต้อนรับนักเรียนและประชาชนทั่วไป กิจกรรมที่จัดขึ้น ได้แก่ โครงการการศึกษา การฉายภาพยนตร์สารคดี และกิจกรรมอื่นๆ บริเวณภูมิทัศน์โดยรอบก็ตั้งใจให้เป็นพื้นที่สำหรับประชาชนได้พักผ่อน เดินเล่น และออกกำลังกาย
ต่อมาสิ่งอำนวยความสะดวกเหล่านี้ก็ถูกปิดลงเนื่องจากข้อพิพาททางกฎหมาย ชาวบ้านเริ่มสังเกตเห็นไฟและอุปกรณ์อื่นๆ ชำรุดเสียหาย และตั้งคำถามว่าเหตุใดจึงไม่มีการซ่อมแซมเพื่อนำกลับมาใช้ประโยชน์อีกครั้ง จากข้อมูลของชาวบ้านในพื้นที่ หอดูดาวเคยมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เช่น น้ำพุ ระบบเสียง และกิจกรรมในร่ม

ข้อสงสัยเกี่ยวกับการใช้งานและการซ่อมแซม
ในทางตรงกันข้าม ห้องสมุดกลับมีการใช้งานน้อยมากแม้กระทั่งก่อนที่จะถูกปิด อุปกรณ์และสิ่งของต่างๆ ที่เคยอยู่ในอาคารก็ถูกขโมยไปเรื่อยๆ ทำให้สถานที่หลายส่วนขาดทรัพยากรที่จำเป็นในการดำเนินการ ชาวบ้านกล่าวว่าการบูรณะอาคารในขณะนี้จะต้องใช้งบประมาณเพิ่มเติมจำนวนมาก พวกเขาตั้งคำถามว่าการใช้จ่ายดังกล่าวจะคุ้มค่าหรือไม่ หากสถานที่ยังคงไม่สามารถเข้าถึงได้สำหรับประชาชน
พวกเขายังโต้แย้งคำอธิบายก่อนหน้านี้ที่ว่า การจำกัดการเข้าถึงของประชาชนเป็นเพราะสถานที่อยู่ติดกับโรงเรียน แม้ว่าโรงเรียนได้ติดตั้งรั้วกั้นแล้ว แต่ห้องสมุดและหอดูดาวก็ยังคงปิดอยู่
เสียงสะท้อนจากชาวบ้านและการตั้งคำถามถึงการบริหารจัดการ
สำหรับชาวบ้านในพื้นที่ ประเด็นนี้ไม่ใช่แค่สภาพอาคาร แต่ยังรวมถึงคุณค่าของการลงทุนเริ่มแรกด้วย พวกเขากล่าวว่าเงินภาษีประชาชน 90 ล้านบาท ถูกใช้ไปเพื่อสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกที่ตั้งใจจะบริการชุมชน แต่ประชาชนกลับไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างแท้จริง พวกเขาเชื่อว่าการบูรณะห้องสมุดยังคงเป็นประโยชน์ต่อชุมชนได้ หากสถานที่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมและเปิดให้ประชาชนเข้าถึงได้อย่างแท้จริงหลังจากการซ่อมแซมเสร็จสิ้น
สถานการณ์นี้ได้จุดประเด็นคำถามที่กว้างขึ้นเกี่ยวกับการบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานที่ได้รับทุนสนับสนุนจากภาครัฐ: เหตุใดโครงการที่สร้างด้วยงบประมาณมหาศาลจากรัฐบาลจึงถูกปล่อยให้ไม่สามารถใช้งานได้ และใครควรเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายใหม่ที่จำเป็นในการบูรณะสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทรุดโทรมหลังจากใช้งานจำกัดมานานหลายปี
ที่มา: Bangkok Post