ศาลอุทธรณ์ยกฟ้องโปรโมเตอร์มวยจีนคดีค้ามนุษย์ เหตุพยานหลักฐานไม่สอดคล้อง
ศาลอุทธรณ์เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาได้พิพากษายกฟ้องโปรโมเตอร์มวยชาวจีนจากข้อหาค้ามนุษย์ โดยอ้างถึงความไม่สอดคล้องกันและข้อสงสัยในพยานหลักฐานที่ใช้ดำเนินคดีกับเขา
นายหวง เถียนยง เจ้าของค่ายมวยอายงยิม (Ayong Gym) ในพัทยา ถูกจับกุมในเขตบางเขน กรุงเทพฯ เมื่อเดือนตุลาคม 2565 มีผู้กล่าวหาว่าเขาล่อลวงผู้คนให้ไปทำงานที่ภายหลังพบว่าเป็นงานหลอกลวงที่เกี่ยวข้องกับการเป็นคอลเซ็นเตอร์ให้กับแก๊งในเมืองเมียวดี ประเทศเมียนมา
ก่อนหน้านี้ ศาลอาญาเคยยกฟ้องนายหวง โดยระบุว่าหลักฐานที่นำเสนอทำให้เกิดข้อสงสัยและให้ประโยชน์แห่งความสงสัยแก่เขา อย่างไรก็ตาม อัยการและนางสาวปฏิญญา อดีตหัวหน้าทีมผู้รับผิดชอบการฝึกอบรมผู้ถูกชักชวนใหม่ ซึ่งถูกศาลตัดสินจำคุกสี่ปี ได้ยื่นอุทธรณ์คำตัดสินดังกล่าว
ศาลอุทธรณ์กล่าวว่าคำให้การของพยานมีข้อสงสัยและความไม่สอดคล้องกัน อีกทั้งยังระบุด้วยว่านางสาวปฏิญญาให้การว่าเธอไม่เคยเห็นนายหวงในห้องที่เครือข่ายค้ามนุษย์ใช้เลย ด้วยเหตุนี้ ศาลจึงพบข้อสงสัยที่สมเหตุสมผลว่านายหวงมีส่วนร่วมในการค้ามนุษย์หรือไม่ และยกฟ้องเขา เขาจึงได้รับการปล่อยตัวโดยไม่ต้องถูกควบคุมตัวระหว่างรอการอุทธรณ์ต่อไป
อย่างไรก็ตาม ศาลพบว่านางสาวปฏิญญาเข้าร่วมเครือข่ายค้ามนุษย์โดยสมัครใจและได้รับค่าจ้างสำหรับงานของเธอ เนื่องจากคำให้การที่เป็นประโยชน์ของเธอ ศาลจึงลดโทษจำคุกของเธอลงหนึ่งในสาม เหลือแปดปี และสั่งให้เธอจ่ายค่าชดเชยให้กับเหยื่อทั้งเจ็ดราย รายละ 300,000 ถึง 500,000 บาท
ตามรายงานการสอบสวนของตำรวจ เหยื่อทั้งเจ็ดคนที่ได้รับการช่วยเหลือบอกกับเจ้าหน้าที่สอบสวนว่าแก๊งดังกล่าวได้สร้างโปรไฟล์ปลอมบนแอปพลิเคชันหาคู่เพื่อหลอกล่อให้ผู้คนมาสมัครงาน พวกเขาถูกพบว่ามีความผิดฐานสมรู้ร่วมคิดในการค้ามนุษย์และเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายค้ามนุษย์
หลังจากเดินทางมาถึง เหยื่อถูกบังคับให้โทรหาเป้าหมายเพื่อนำรายละเอียดของผู้ที่พวกเขาติดต่อส่งต่อไปยังสมาชิกแก๊งชาวมาเลเซียและฟิลิปปินส์ เหยื่อถูกบังคับให้ทำงานวันละ 12 ชั่วโมงโดยไม่มีวันหยุด และต้องทำยอดเป้าหมายรายวันให้ได้ เหยื่อที่ต้องการลาออกต้องจ่ายเงิน 50,000 บาทให้กับแก๊ง ผู้ที่ทำตามเป้าหมายไม่สำเร็จถูกกล่าวหาว่าถูกจำกัดอิสรภาพ โกนศีรษะ หรือถูกช็อตไฟฟ้า
ที่มา: Bangkok Post