นักกฎหมายอิสราเอลชี้ ฮามาสใช้ “การข่มขืน” เป็นเครื่องมือในสงคราม

4

นักกฎหมายและนักรณรงค์เพื่อสิทธิสตรีชาวอิสราเอล บอกว่า ฮามาสได้วางแผนล่วงหน้าที่จะใช้ความรุนแรงทางเพศเป็นเครื่องมือหนึ่งในการทำสงคราม

ศาสตราจารย์รูธ ฮัลเพอริน-คัดดารี บอกว่าเธอเห็นคลิปวิดีโอของผู้หญิงจากในหลายพื้นที่ ซึ่งอยู่ในสภาพที่ทำให้เธอเชื่อว่าผู้หญิงเหล่านั้นถูกข่มขืน “อย่างไม่มีข้อสงสัย”

ที่ผ่านมา ผู้คนบางส่วนโกรธเคืองที่หน่วยงานภายใต้สหประชาชาติล่าช้าที่จะยอมรับว่ามีการกระทำอันชั่วร้ายทางเพศโดยกลุ่มฮามาสเกิดขึ้นในวันที่ 7 ต.ค. ทางด้านอิสราเอลได้เริ่มการสืบค้นหาหลักฐานเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเพศที่เกิดขึ้นระหว่างการโจมตีในวันดังกล่าวแล้ว

คำเตือน: บทความนี้มีรายละเอียดเกี่ยวกับความรุนแรง ซึ่งอาจทำให้ผู้อ่านไม่สบายใจ

รายละเอียดเกี่ยวกับความรุนแรงทางเพศที่กลุ่มฮามาสได้กระทำในการโจมตีเมื่อเดือน ต.ค. ยังปรากฏไม่ชัดเจนนัก แต่ตำรวจอิสราเอลบอกว่า ตอนนี้พวกเขาได้รวบรวมคำให้การจากพยานและแพทย์มากกว่า 1,500 คนแล้ว

รูปถ่ายจำนวนมากและคลิปวิดีโอที่ถ่ายโดยนักรบฮามาสเอง ชี้ให้เห็นถึงรายละเอียดอันน่าสยดสยองของการโจมตีที่เทศกาลดนตรีซูเปอร์โนวา

ตอนนี้ ตำรวจอิสราเอลกำลังสืบสวนเกี่ยวกับความรุนแรงต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ซึ่งมีตั้งแต่การรุมข่มขืนไปจนถึงการกระทำทางเพศต่อศพของเหยื่อที่ถูกสังหาร

“ฉันได้ยินเรื่องราวมากมายจากพยานที่เห็นเหตุการณ์เหล่านั้นด้วยตนเอง ยกตัวอย่างเช่น ผู้รอดชีวิตคนหนึ่งซึ่งซ่อนตัวอยู่ในพุ่มไม้ เห็นผู้หญิงคนหนึ่งที่อยู่ใกล้ ๆ เธอถูกรุมข่มขืนโดยผู้ชายหลายคน” ศาสตราจารย์ฮัลเพอริน-คัดดารี บอกกับบีบีซี

เธอยังบอกด้วยว่า เธอได้คุยกับหน่วยกู้ภัยที่ได้ทำการรักษาผู้หญิงคนหนึ่งที่เสียเลือดอย่างมากจนเกือบเสียชีวิต หลังจากถูกรุมข่มขืนโดยชายสี่คน

“ฉันเห็นคลิปวิดีโอและรูปภาพจำนวนมากจากหลายพื้นที่ ที่แสดงให้เห็นศพของผู้หญิงจำนวนมาก ที่อยู่ในสภาพที่แสดงให้เห็นว่ามีรูปแบบการกระทำรุนแรงทางเพศ และทำให้ไร้ข้อสงสัยว่ามีการข่มขืนผู้หญิงเหล่านี้ก่อนที่พวกเธอจะถูกสังหาร” ศาสตราจารย์ฮัลเพอริน-คัดดารี กล่าว

“เป็นที่แน่ชัดว่ามีการใช้ความรุนแรงทางเพศเช่นนี้เกิดขึ้นหลายกรณีมากในหลายจุดในช่วงเวลาสั้น ๆ นั่นคือในเวลาไม่ถึงหนึ่งวัน สิ่งนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลย เว้นเสียแต่ว่ามีการวางแผนไว้ล่วงหน้าที่จะใช้ความรุนแรงทางเพศเป็นเครื่องมือหนึ่งในสงคราม”

ฮามาสปฏิเสธคำกล่าวหานี้ บาเซม นาอิม หนึ่งในเจ้าหน้าที่ของกลุ่มฮามาส บอกกับหนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์ว่า กลุ่มฮามาสถือว่า “ความสัมพันธ์หรือกิจกรรมทางเพศใด ๆ ที่เกิดขึ้นนอกการสมรส ถือว่าต้องห้ามอย่างยิ่งสำหรับผู้นับถืออิสลาม”

นักกฎหมายและนักกิจกรรมด้านสิทธิสตรีในอิสราเอลได้พยายามเรียกร้องให้องค์กรระหว่างประเทศต่าง ๆ ให้การยอมรับต่อสาธารณะ ว่ามีความรุนแรงทางเพศเกิดขึ้นในระหว่างที่กลุ่มฮามาสเข้าโจมตีอิสราเอล

ศาสตรราจารย์ฮัลเพอริน-คัดดารี ซึ่งเคยใช้เวลา 12 ปีในฐานะสมาชิกของอนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรี บอกว่าเธอและนักกิจกรรมด้านสิทธิสตรีคนอื่น ๆ ได้เรียกร้องให้สหประชาชาติยอมรับว่าสิ่งที่ฮามาสกระทำต่อผู้หญิงในการโจมตีวันที่ 7 ต.ค. นั้น เป็น “อาชญากรรมต่อมนุษยชาติ”

“น่าเสียใจว่าพวกเขาเพิ่งจะพูดคำว่า ‘ความรุนแรงทางเพศ’ ออกมาอย่างชัดเจนเมื่อสัปดาห์ที่แล้วเท่านั้น หลังจากที่เกิดเหตุไปแล้วกว่า 7 สัปดาห์” ศาสตราจารย์ฮัลเพอริน-คัดดารี บอก

องค์กรเพื่อสตรีแห่งสหประชาชาติ (UN Women) เพิ่งจะยอมรับว่ามีความเลวร้ายทางเพศเกิดขึ้นในการโจมตีของกลุ่มฮามาส หลังจากผ่านเหตุการณ์ไปแล้วกว่า 8 สัปดาห์ “พวกเขาใช้เวลานานมาก นานเกินไปมาก” ศาสตราจารย์ฮัลเพอริน-คัดดารี ระบุเพิ่มเติม

ยาเอล เชอเรอร์ จากกลุ่มสนับสนุนผู้รอดชีวิตจากความรุนแรงทางเพศ ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ที่จริงแล้วผู้ชายก็เป็นเหยื่อความรุนแรงทางเพศเมื่อวันที่ 7 ต.ค. เช่นกัน เธอบอกว่าตอนนี้กำลังมีการเก็บหลักฐานรายละเอียดของความรุนแรงจากผู้รอดชีวิต พยาน รวมถึงหน่วยกู้ภัยที่ไปถึงเหตุการณ์เป็นกลุ่มแรก ๆ ด้วย

“ผู้ก่อการร้ายฮามาสได้ทำทุกวิถีทางเพื่อให้มั่นใจว่า ตนเองได้เหยี่ยบย่ำศักดิ์ศรีและทำให้คนเหล่านี้เสื่อมเสียในหลากหลายวิธี” นางเชอเรอร์ บอก พร้อมระบุด้วยว่า การกระทำของกลุ่มฮามาส ยังรวมไปถึงความรุนแรงที่กระทำต่อร่างกายของเหยื่อหลังจากพวกเขาเสียชีวิตไปแล้วด้วย

“เราเห็นผู้คนมากมายที่บาดเจ็บเลือดไหลไม่หยุด… และอีกหลายคนทั้งที่อายุน้อยและคนผู้สูงอายุ ที่ถูกผูกติดไม่ให้ไปไหนไว้กับเฟอร์นิเจอร์”

ทหารอิสราเอล ท่ามกลางภาพผู้เสียชีวิตจากเทศกาลดนตรีทางตอนใต้ของอิสราเอล

การสืบสวนของคณะกรรมาธิการของยูเอ็นเกี่ยวกับอาชญากรรมสงครามที่เกิดขึ้นในทั้งสองฝั่งชายแดนอิสราเอล-กาซา จะให้ความสำคัญกับเรื่องความรุนแรงทางเพศที่เกิดขึ้นในระหว่างการโจมตีวันที่ 7 ต.ค. ด้วย อย่างไรก็ตาม อิสราเอลไม่เคยให้ความร่วมมือกับการสืบสวนครั้งนี้ โดยมองว่าการสืบสวนครั้งนี้ของยูเอ็นมีความลำเอียง

การโจมตีของกลุ่มฮามาสเมื่อวันที่ 7 ต.ค. มีผู้ถูกสังหาร 1,200 คน และมีผู้ถูกจับไปเป็นตัวประกันประมาณ 240 คน

กระทรวงสาธารณสุขในกาซา ที่บริหารโดยกลุ่มฮามาส ระบุว่ามีผู้เสียชีวิตในกาซาแล้วกว่า 15,500 คน นับแต่อิสราเอลเริ่มปฏิบัติการทางการทหารตอบโต้

4 thoughts on “นักกฎหมายอิสราเอลชี้ ฮามาสใช้ “การข่มขืน” เป็นเครื่องมือในสงคราม

  1. I enjoyed it just as much as you will be able to accomplish here. You should be apprehensive about providing the following, but the sketch is lovely and the writing is stylish; yet, you should definitely return back as you will be doing this walk so frequently.

  2. I have been browsing online more than three hours today yet I never found any interesting article like yours It is pretty worth enough for me In my view if all website owners and bloggers made good content as you did the internet will be a lot more useful than ever before

  3. I have been browsing online more than three hours today yet I never found any interesting article like yours It is pretty worth enough for me In my view if all website owners and bloggers made good content as you did the internet will be a lot more useful than ever before

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *