⚡ ข่าวด่วน
|
🌤️ กำลังโหลด... | 📅 31 กรกฎาคม 2569

แบงก์ชาติไทยจำกัดวงเงินโอน-จ่ายบัญชีดิจิทัลเยาวชนทั่วประเทศ

🕒 1 สิงหาคม 2569 ⏱️ อ่าน 11 นาที 👁️ 4 วิว ✍️ ฝ่ายข่าวท้องถิ่น ทีมข่าว ThaiPTV

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ร่วมกับสมาคมธนาคารไทยและผู้ให้บริการอีมันนี่ ประกาศมาตรการจำกัดวงเงินโอนและชำระเงินผ่านช่องทางดิจิทัลสำหรับลูกค้าที่มีอายุระหว่าง 10-18 ปี ทั่วประเทศ โดยมีเป้าหมายเพื่อยับยั้งปัญหา ‘บัญชีม้าเด็ก’ ที่กำลังเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ข้อมูลยืนยันว่ากว่า 97% ของบัญชีเยาวชนจะไม่ได้รับผลกระทบจากการปรับเปลี่ยนครั้งนี้ และยังเปิดโอกาสให้ผู้ที่มีความจำเป็นต้องใช้วงเงินสูงกว่าปกติสามารถยื่นเรื่องขอปรับเพิ่มได้ โดยธนาคารพาณิชย์จะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเดือนกันยายน 2569 ส่วนผู้ให้บริการอีมันนี่มีกำหนดแล้วเสร็จภายในเดือนตุลาคม 2569

เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม ธนาคารแห่งประเทศไทยได้เปิดเผยข้อมูลผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจอย่างเป็นทางการ ถึงสถานการณ์ที่น่ากังวลว่า ขณะนี้กลุ่มมิจฉาชีพได้เปลี่ยนกลยุทธ์ หันมาหลอกล่อเยาวชนให้เปิดบัญชีธนาคาร หรือยินยอมให้ยืมบัญชีส่วนตัว เพื่อนำไปใช้เป็น ‘บัญชีม้า’ ในการกระทำความผิดทางการเงินเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

สแกนพฤติกรรมจริง ก่อนล็อกเพดานตามช่วงวัย

ธปท. ระบุว่า การยกระดับมาตรการครั้งนี้เป็นผลมาจากการทำงานร่วมกับสมาคมธนาคารไทยและผู้ประกอบธุรกิจอีมันนี่ เพื่อกำหนดวงเงินโอนและชำระเงินต่อวันของบัญชีเยาวชนตามช่วงอายุ โดยอาศัยการวิเคราะห์พฤติกรรมการใช้งานจริงของลูกค้ากลุ่มนี้ หรือที่เรียกว่า Customer Profiling เพื่อให้เพดานวงเงินที่กำหนดสอดคล้องกับรูปแบบการใช้จ่ายที่แท้จริง ไม่ได้เป็นการกำหนดเพดานแบบเหวี่ยงแหที่อาจส่งผลกระทบต่อผู้ใช้งานสุจริตโดยไม่จำเป็น

ตัวเลขที่ธปท. ยืนยันคือ กว่า 97% ของบัญชีเยาวชนทั้งหมดจะไม่ได้รับผลกระทบจากการปรับเพดานครั้งนี้ ซึ่งแสดงให้เห็นว่ามาตรการนี้ถูกออกแบบมาเพื่อพุ่งเป้าไปที่กลุ่มเสี่ยงที่มีพฤติกรรมผิดปกติโดยเฉพาะ มากกว่าการควบคุมแบบไม่เลือกเป้าหมาย

นางสาวชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายองค์กรสัมพันธ์ และโฆษกธนาคารแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า จากการติดตามข้อมูลร่วมกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย พบว่ามิจฉาชีพหันมาใช้บัญชีเงินฝากและบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของเยาวชนเป็นบัญชีม้าบ่อยขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทำให้เด็กและเยาวชนจำนวนไม่น้อยต้องเข้าไปพัวพันกับคดีอาชญากรรมทางการเงินโดยไม่รู้ตัว จากการที่พวกเขาเปิดบัญชีหรือยอมให้ผู้อื่นใช้บัญชีของตนเอง ซึ่งการกระทำเหล่านี้ล้วนเป็นความผิดตามกฎหมายและมีโทษทางอาญาจริง ไม่ใช่เรื่องเล็กที่สามารถมองข้ามได้

เพดานวงเงินแบ่ง 3 ช่วงอายุ ยกเว้นธุรกรรมความเสี่ยงต่ำ

เพื่อสกัดวงจรอาชญากรรมดังกล่าว ธปท. ร่วมกับสมาคมธนาคารไทยและผู้ประกอบธุรกิจอีมันนี่ ได้กำหนดมาตรฐานวงเงินโอนและชำระเงินผ่านช่องทางดิจิทัลสำหรับลูกค้ากลุ่มเยาวชน โดยแบ่งตามช่วงอายุ ดังนี้

  1. กลุ่มอายุ 10-12 ปี: ผู้ที่ใช้บัญชีอีมันนี่ จะสามารถโอนหรือชำระเงินได้ไม่เกิน 3,000 บาทต่อวัน
  2. กลุ่มอายุ 12-15 ปี: ผู้ที่ใช้บัญชีเงินฝากธนาคารผ่านช่องทางดิจิทัล จะสามารถทำธุรกรรมได้ไม่เกิน 5,000 บาทต่อวัน
  3. กลุ่มอายุ 15-18 ปี: ผู้ที่ใช้บัญชีเงินฝากธนาคารผ่านช่องทางดิจิทัล จะมีเพดานไม่เกิน 10,000 บาทต่อวัน

อย่างไรก็ตาม เพดานวงเงินดังกล่าวยกเว้นธุรกรรมที่มีความเสี่ยงต่ำ เช่น การโอนเงินเข้าบัญชีของตนเองภายในแอปพลิเคชันเดียวกัน ซึ่งเป็นการเปิดช่องให้การใช้งานปกติในชีวิตประจำวันของเยาวชนไม่ได้รับผลกระทบมากเกินไป

เปิดช่องขอเพิ่มวงเงิน ป้องกันผลกระทบผู้ใช้สุจริต

ธปท. เน้นย้ำว่า เพื่อไม่ให้มาตรการนี้ส่งผลกระทบต่อผู้ใช้งานสุจริตที่มีความจำเป็นต้องใช้วงเงินสูงกว่าเพดานที่กำหนด ทั้งธนาคารพาณิชย์และผู้ให้บริการอีมันนี่จะต้องแจ้งลูกค้าล่วงหน้าก่อนปรับลดวงเงินทุกครั้ง พร้อมทั้งจัดเตรียมช่องทางให้ลูกค้าที่จำเป็นสามารถยื่นขอปรับเพิ่มวงเงินได้ ไม่ว่าจะเป็นผ่านโมบายแบงกิ้ง คอลเซ็นเตอร์ หรือสาขาธนาคารโดยตรง

ในด้านกรอบเวลาดำเนินการ ธนาคารพาณิชย์จะทยอยปรับวงเงินให้แล้วเสร็จภายในเดือนกันยายน พ.ศ. 2569 ขณะที่ผู้ประกอบธุรกิจอีมันนี่จะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2569 ซึ่งกรอบเวลาที่กระชับนี้สะท้อนถึงความเร่งด่วนที่ธปท. ให้ความสำคัญกับปัญหานี้

ผู้ปกครองคือด่านแรก แบงก์ชาติจับตาต่อเนื่อง

นางสาวชญาวดี ชัยอนันต์ ย้ำว่า เป้าหมายหลักของมาตรการนี้คือการลดโอกาสที่เยาวชนจะตกเป็นเหยื่อของขบวนการบัญชีม้า พร้อมทั้งขอให้ผู้ปกครองให้ความรู้ความเข้าใจแก่บุตรหลานเกี่ยวกับภัยทางการเงินอย่างจริงจัง โดยเน้นย้ำว่าไม่ควรเปิดเผยข้อมูลบัญชี ไม่ให้ผู้อื่นยืม หรือใช้บัญชีของตนเองโดยเด็ดขาด เพราะนอกจากจะเสี่ยงตกเป็นเครื่องมือของมิจฉาชีพแล้ว ยังอาจมีความผิดตามกฎหมายในฐานะผู้ร่วมกระทำความผิดด้วย

ในมิติของการวิเคราะห์ผลกระทบ ธปท. ระบุว่า จากการประมวลผลฐานข้อมูลการทำธุรกรรม ยอดวงเงินใหม่นี้ครอบคลุมพฤติกรรมการจ่ายเงินจริงของเด็กและเยาวชนส่วนใหญ่ โดยมีกลุ่มผู้ใช้งานสุจริตมากกว่าร้อยละ 97 ที่จะไม่ได้รับผลกระทบใดๆ ขณะเดียวกัน ธนาคารพาณิชย์และผู้ให้บริการอี-มอนีย์ ได้เตรียมกลไกยืดหยุ่นรองรับกรณีที่ผู้ใช้บริการมีความจำเป็นต้องใช้วงเงินสูงกว่าเพดานที่กำหนด เช่น ค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาหรือภาระจำเป็นของครอบครัว โดยสามารถยื่นเรื่องขอปรับเพิ่มวงเงินผ่านช่องทาง Mobile Banking ศูนย์บริการลูกค้า (คอลเซ็นเตอร์) หรือสาขาของสถาบันการเงินได้

สำหรับกรอบเวลาในการดำเนินงาน สถาบันการเงินและผู้ให้บริการจะต้องแจ้งรายละเอียดให้แก่ลูกค้าทราบล่วงหน้าก่อนเริ่มปรับลดวงเงิน โดยธนาคารพาณิชย์จะทยอยปรับเปลี่ยนระบบให้เสร็จสิ้นภายในเดือนกันยายน พ.ศ. 2569 ขณะที่ผู้ประกอบธุรกิจ e-Money จะดำเนินการปรับระบบทั้งหมดให้แล้วเสร็จภายในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2569

โฆษกแบงก์ชาติย้ำเตือนว่า การล่อลวงเยาวชนให้เปิดบัญชีม้าไม่ใช่เพียงแค่ภัยการเงิน แต่คือภัยสังคมที่สถาบันครอบครัวต้องร่วมกันเฝ้าระวัง ผู้ปกครองจึงต้องเร่งสร้างความเข้าใจแก่บุตรหลานอย่างใกล้ชิด ให้ตระหนักถึงความเสี่ยงและข้อกฎหมาย โดยเน้นย้ำว่าการเปิดเผยข้อมูลส่วนตัว การให้ผู้อื่นยืมบัญชี หรือการเปิดบัญชีให้บุคคลอื่นนำไปใช้ ถือเป็นการกระทำที่เข้าข่ายร่วมกระทำความผิดอาญา และต้องรับโทษตามกฎหมายโดยไม่มีข้อยกเว้น

ธปท. ยืนยันว่าจะยังคงเฝ้าระวังพฤติกรรมการยักย้ายถ่ายโอนเงินของกลุ่มมิจฉาชีพอย่างใกล้ชิด และพร้อมที่จะยกระดับหรือปรับเปลี่ยนมาตรการการกำกับดูแลให้ทันท่วงทีต่อกลยุทธ์ของอาชญากรทางการเงินที่ปรับเปลี่ยนรูปแบบอยู่ตลอดเวลา เพื่อสร้างระบบนิเวศทางการเงินดิจิทัลที่มีความปลอดภัยและคุ้มครองเยาวชนของชาติอย่างยั่งยืน

ที่มา: MGR Online

แชร์ข่าวนี้: Facebook X (Twitter) LINE

📰 ข่าวที่เกี่ยวข้อง