กทม. แจงบทบาทดูแลอาคารสมาคมชาวยิว ชี้ควบคุมแค่ตามกฎหมาย

กรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้ชี้แจงว่า อำนาจในการดูแลอาคารของสมาคมชาวยิวแห่งประเทศไทยที่เสนอจะก่อสร้างในซอยสุขุมวิท 22 นั้นจำกัดอยู่แค่การควบคุมอาคารเท่านั้น ส่วนใบอนุญาตสำหรับสุสานหรือฌาปนสถาน ผู้ขอจะต้องมีสิทธิ์ในที่ดินตามกฎหมาย
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวเมื่อวันจันทร์ว่า บทบาทของ กทม. ถูกจำกัดอยู่แค่การควบคุมการก่อสร้าง การดัดแปลง และการใช้อาคาร ซึ่งการจัดตั้งหรือการจดทะเบียนสมาคมนั้นอยู่นอกเหนืออำนาจของ กทม. ด้านนายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าฯ กทม. ระบุว่า สมาคมฯ ได้ยื่นขออนุญาตก่อสร้างและดัดแปลงมาตั้งแต่เดือนธันวาคม 2019 และในปี 2021 แต่ยังไม่มีการก่อสร้างเกิดขึ้น
ใบสมัครล่าสุดที่ยื่นเมื่อเดือนกรกฎาคมเป็นการแจ้งดัดแปลงอาคารภายใต้มาตรา 39 ทวิ แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร ซึ่งให้เวลาเจ้าหน้าที่ 120 วันในการตรวจสอบแผนที่ได้รับการรับรอง นายชัชชาติกล่าวว่าการตรวจสอบจะเน้นที่ความปลอดภัยและโครงสร้างอาคาร ไม่ใช่กิจกรรมภายในอาคาร อาคารที่ถูกควบคุมการใช้งานจะต้องมีใบรับรองการปฏิบัติตามข้อกำหนดก่อนเปิดใช้งาน
ผู้ยื่นขออนุญาตจะได้รับการประเมินตามการใช้งานที่ประกาศไว้ของอาคาร สมาคมฯ ได้ยื่นขออนุญาตสำหรับอาคารสำนักงานและอาคารที่ใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางศาสนา นายชัชชาติกล่าวว่าการก่อสร้างชั้นใต้ดินไม่ใช่เรื่องผิดปกติและอาจสะท้อนถึงราคาที่ดิน ข้อจำกัดความสูง และข้อกำหนดการเว้นระยะห่าง แต่ต้องเป็นไปตามมาตรฐานวิศวกรรมและความปลอดภัย
นางศิริรัศมี ภิรมย์รื่น ผู้อำนวยการกองสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อม สำนักอนามัย กล่าวว่า ผู้ขอใบอนุญาตสำหรับสุสานหรือฌาปนสถานจะต้องเป็นเจ้าของที่ดิน ผู้ถือครองกรรมสิทธิ์ตามกฎหมาย หรือผู้ครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมาย เธอกล่าวว่าผู้ยื่นขอที่คาดว่าจะได้รับอนุญาตในเขตบางคอแหลมได้รับการตรวจสอบว่าเป็นคนไทยแล้ว ใบอนุญาตมีอายุสามปีและต้องได้รับการตรวจสอบก่อนการต่ออายุ
ที่มา: Bangkok Post