รัสเซีย-ยูเครนโจมตีโต้กัน: 2 ศพที่พรมแดนยูเครน-มอลโดวา
ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน แถลงว่า มีผู้เสียชีวิต 2 ราย หลังจากโดรนของรัสเซียโจมตีจุดผ่านแดนระหว่างยูเครนกับมอลโดวา
จุดผ่านแดนสตารอคอซาเช (Starokozache) ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงเคียฟไปทางใต้ประมาณ 500 กิโลเมตร ถูกปิดหลังจากถูกโจมตีเมื่อคืนนี้ ภาพจากที่เกิดเหตุเผยให้เห็นรถยนต์หลายคันถูกไฟไหม้เสียหายทั้งหมด พร้อมซากปรักหักพังและเศษขยะเกลื่อนกราดทั่วจุดตรวจชายแดน

ขณะเดียวกัน ผู้ว่าการภูมิภาคของรัสเซียกล่าวว่า มีผู้เสียชีวิต 4 ราย ซึ่งรวมถึงเด็กหนึ่งคน ในเมืองโนโวรอสซีสค์ ทางตอนใต้ของรัสเซีย จากเหตุโดรนยูเครนโจมตี
ทั้งรัสเซียและยูเครนได้ยกระดับการโจมตีระยะไกลในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา แม้จะมีความพยายามทางการทูตครั้งใหม่เพื่อยุติสงคราม
ประธานาธิบดีเซเลนสกีของยูเครน ได้เรียกร้องขอการสนับสนุนจากนานาชาติอีกครั้งหลังจากการโจมตีจุดผ่านแดนสตารอคอซาเช โดยกล่าวว่า ‘การรุกรานจะต้องถูกหยุดยั้งที่นี่และเดี๋ยวนี้ ก่อนที่มันจะแพร่กระจายไปมากกว่านี้’
โอเล็ก คิเปอร์ ผู้ว่าการภูมิภาคออเดสซา กล่าวว่า เส้นทางเชื่อมต่อพรมแดนระหว่างยูเครนกับมอลโดวาถูกปิดลงหลังจากการโจมตีที่ทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย และบาดเจ็บอีก 3 ราย ตามรายงานของกระทรวงการต่างประเทศของมอลโดวา มีคนขับรถชาวมอลโดวาได้รับบาดเจ็บด้วย

มอลโดวาพบว่าตนเองตกอยู่ในความขัดแย้งมากขึ้น โดยนายกรัฐมนตรีวาซีเล โตฟาน ยืนยันว่า มีโดรน 17 ลำโจมตีดินแดนมอลโดวาในเดือนสิงหาคมเดือนเดียว ซึ่งมากกว่าตลอดทั้งปีที่แล้ว
‘ผู้ที่เพิกเฉยหรือมองข้ามภัยคุกคามเหล่านี้ และปฏิเสธที่จะระบุชื่อผู้รุกราน คือผู้ที่ปฏิเสธความเป็นจริง’ เขากล่าวในโซเชียลมีเดีย ‘รัสเซียเป็นผู้เริ่มต้นสงครามครั้งนี้ รัสเซียแต่เพียงผู้เดียวที่ต้องรับผิดชอบ’
กระทรวงกลาโหมของรัสเซียกล่าวว่า กองกำลังของตนได้ยิงโดรนยูเครนตก 596 ลำเมื่อคืนนี้
เมืองโนโวรอสซีสค์ ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศบนชายฝั่งทะเลดำ ได้รับผลกระทบหนักที่สุดจากสิ่งที่ผู้ว่าการเวนียมิน คอนดราติเยฟ อธิบายว่าเป็น ‘การโจมตีด้วยโดรนของศัตรูจำนวนมากเมื่อคืนนี้’ นอกเหนือจากผู้เสียชีวิต 4 รายแล้ว ยังมีผู้บาดเจ็บ 29 คน และมีรายงานความเสียหายต่ออาคารที่พักอาศัย โบสถ์ และโรงเรียนอนุบาล
การโจมตีเหล่านี้เกิดขึ้นหนึ่งวันหลังจากประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย ได้พูดคุยทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ เกี่ยวกับความพยายามยุติความขัดแย้ง
รัฐบาลทรัมป์ได้ผลักดันให้มีการเจรจาโดยตรงระหว่างรัสเซียและยูเครน โดยเคียฟกล่าวว่าอาจเกิดขึ้นได้ในเดือนนี้ อย่างไรก็ตาม ทำเนียบเครมลินกล่าวว่ายังเร็วเกินไปที่จะหารือเรื่องวันหรือสถานที่
การโทรศัพท์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากการเจรจาระหว่างผู้แทนพิเศษของสหรัฐฯ คือ จาเร็ด คุชเนอร์ และ สตีฟ วิตคอฟ กับประธานาธิบดีปูตินในกรุงมอสโก ก่อนที่ทั้งคู่จะเดินทางไปกรุงเคียฟเพื่อเข้าพบประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกีของยูเครน
ที่มา: BBC News