วุฒิสมาชิกไทยเรียกร้องคุมเข้มการเงินวัด หลังพบทุจริตกว่า 92 ล้านบาท
วุฒิสมาชิกไทยเมื่อวันจันทร์ได้เรียกร้องให้มีการควบคุมทางการเงินและกำกับดูแลพระสงฆ์ให้เข้มงวดมากขึ้น หลังจากที่พบการยักยอกเงินกว่า 92 ล้านบาทจากวัดแห่งหนึ่งในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
ความคิดเห็นนี้มีขึ้นภายหลังการจับกุมอดีตพระอาจารย์อาทิตย์ ธัมมธาโร อดีตเจ้าอาวาสวัดอโยธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และพระปฐวี ฐิตปัญโญ พระคนสนิทของท่าน เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ในข้อหายักยอกทรัพย์ที่ถูกกล่าวหา นายปาริยา วงษ์เชิดขวัญ สมาชิกวุฒิสภาได้ตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ในการกำกับดูแลการเงินของวัดและคณะสงฆ์
นายปาริยา ยังแสดงความกังวลเกี่ยวกับการตรวจสอบเงินบริจาคของวัดและกิจกรรมของพระสงฆ์ต่างชาติ รวมถึงพระสงฆ์ชาวเมียนมาที่เขาอ้างว่าดูเหมือนจะแสวงหาผลประโยชน์ทางการเงินในประเทศไทย เขายังระบุว่าการบริจาคส่วนใหญ่ยังคงเป็นเงินสด ทำให้ยากต่อการตรวจสอบ แม้จะสนับสนุนการบริจาคแบบอิเล็กทรอนิกส์ก็ตาม
นายปาริยากล่าวว่า จำเป็นต้องมีมาตรการเชิงรุกเพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นของประชาชนและป้องกันไม่ให้เกิดเรื่องอื้อฉาวเช่นนี้ซ้ำอีก เขาได้สนับสนุนข้อเสนอที่จะจำกัดจำนวนเงินสดที่วัดสามารถถือครองได้ไม่เกิน 100,000 บาท แต่ได้ตั้งคำถามว่าข้อเสนอดังกล่าวจะบังคับใช้ได้อย่างไร เนื่องจากมหาเถรสมาคม (มส.) ไม่มีอำนาจในการดำเนินการตรวจสอบหรือเข้าแทรกแซง
พล.อ.นิพนธ์ ภาระพฤติ รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ได้แจ้งต่อวุฒิสภาว่า พศ. กำลังพัฒนาระบบฐานข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ส่วนกลางสำหรับพระสงฆ์ เพื่อช่วยให้ มส. ตรวจสอบประวัติของพระสงฆ์ได้ โครงการนี้ได้รับงบประมาณสำหรับปีงบประมาณ 2567 และคาดว่าจะแล้วเสร็จในปีนี้
นอกจากนี้ พศ. กำลังพัฒนาระบบดิจิทัลที่ครอบคลุมการจัดการสินทรัพย์ของวัด สินทรัพย์ส่วนกลางทางศาสนา เงินอุดหนุนรายเดือนของพระสงฆ์ เรื่องกฎหมาย และมติของ มส. นายพล.อ.นิพนธ์กล่าวว่า บัญชีของวัดจะถูกแปลงเป็นรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์และเชื่อมโยงกับระบบส่วนกลาง ซึ่งจะช่วยให้ พศ. สามารถดำเนินการตรวจสอบและแทนที่ระบบการจัดการด้วยมือในปัจจุบันได้
ที่มา: Bangkok Post