รัฐบาลไทยต้องสร้างความเชื่อมั่นประชาชนต่อระบบแจ้งเตือนภัยพิบัติ

ผลสำรวจของ KPI Poll (นิด้าโพล) ชี้ว่าเกือบครึ่งหนึ่งของประชาชนไทยยังคงไม่เชื่อมั่นในระบบแจ้งเตือนภัยพิบัติของภาครัฐ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการปรับปรุงเพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่สาธารณชน
ผลสำรวจที่เผยแพร่เมื่อวันศุกร์ระบุว่า ผู้ที่ไม่มีหรือไม่ค่อยเชื่อมั่นในระบบแจ้งเตือนภัยของรัฐมีสัดส่วนถึง 47% ขณะที่อีกครึ่งหนึ่งยังคงเชื่อมั่นในระบบการแจ้งเตือนดังกล่าว
ช่องทางสื่อสารยอดนิยมสำหรับแจ้งเตือนภัย
สื่อสังคมออนไลน์ เช่น Line, Facebook และแอปพลิเคชัน Thai Disaster Alert เป็นช่องทางที่ประชาชนชื่นชอบมากที่สุดในการรับข้อความแจ้งเตือนภัย โดยมีสัดส่วน 26% ตามมาด้วยระบบ Cell Broadcast ที่ 22% และหอกระจายข่าวในชุมชนที่ 16%
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) มีหน้าที่รับผิดชอบในการส่งการแจ้งเตือนภัยไปยังประชาชนผ่านโทรศัพท์มือถือ อย่างไรก็ตาม กรม ปภ. เคยถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าไม่สามารถแจ้งเตือนประชาชนได้อย่างทันท่วงทีเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำท่วมรุนแรงในจังหวัดน่านเมื่อเดือนที่แล้ว รวมถึงเหตุการณ์อื่นๆ ที่ผ่านมา
‘การสร้างความเชื่อมั่นในระบบแจ้งเตือนภัยพิบัติเป็นประเด็นสำคัญที่ยังคงต้องปรับปรุง’ ผลสำรวจระบุ ‘แม้ว่าแพลตฟอร์มดิจิทัลจะเป็นช่องทางการสื่อสารที่รวดเร็วที่สุด แต่หอกระจายข่าวและผู้นำชุมชนก็ยังคงมีความสำคัญ’
นักวิจัยจากสถาบันพระปกเกล้าได้สำรวจความคิดเห็นประชาชน 2,000 คนจากทุกภูมิภาค ตั้งแต่วันที่ 4 กันยายน ถึงวันจันทร์ เพื่อสอบถามเกี่ยวกับการรับรู้ภัยพิบัติของพวกเขา
ภัยพิบัติที่น่ากังวลในแต่ละภูมิภาค
แผ่นดินไหว หลุมยุบ และอาคารถล่ม เป็นภัยพิบัติที่น่ากังวลสูงสุดสำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพมหานคร ขณะที่ประชาชนในภาคใต้กังวลมากที่สุดเกี่ยวกับอุทกภัยและดินถล่ม
ผู้อยู่อาศัยในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือก็แสดงความกังวลเช่นเดียวกันเกี่ยวกับน้ำท่วม น้ำป่าไหลหลาก และดินถล่ม นอกจากนี้ ประชาชนในภาคเหนือยังกังวลเรื่องไฟป่าและระดับหมอกควันอีกด้วย
ที่มา: Bangkok Post