รวบสาวไทยตัวแทนเครือข่ายบัญชีม้าองค์กรใหญ่ หนุนหลังโดยจีน

ตำรวจไซเบอร์ไทยได้จับกุมหญิงไทยผู้ต้องหาเป็นตัวแทนเครือข่ายบัญชีม้าองค์กรขนาดใหญ่ ที่มีนักการเงินชาวจีนหนุนหลัง ตำรวจระบุว่าบัญชีเหล่านี้เชื่อมโยงกับคดีฉ้อโกงกว่า 27 คดีทั่วประเทศ
เจ้าหน้าที่จากกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) ได้เข้าตรวจค้นบ้านพักในหมู่บ้านหรูแห่งหนึ่งในเขตภาษีเจริญ เมื่อวันพุธ และจับกุมผู้ต้องสงสัยหญิงวัย 31 ปี ซึ่งเป็นที่ต้องการตัวตามหมายจับที่ออกโดยศาลจังหวัดจันทบุรีเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม
หญิงคนดังกล่าวระบุชื่อเพียงว่า รัญวรัตน์ หรือ พิม ถูกตั้งข้อหาฉ้อโกง, นำข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ และเปิดหรือยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีธนาคาร
การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องมาจากเรื่องร้องเรียนที่ยื่นเมื่อเดือนสิงหาคมโดยเจ้าของธุรกิจแผงโซลาร์เซลล์ในจังหวัดจันทบุรี ซึ่งได้รับการติดต่อจากลูกค้าที่ประสงค์จะซื้อหลอดไฟโซลาร์เซลล์จำนวนมาก มูลค่า 395,000 บาท ผ่านบัญชี Line ของร้านค้า หลังจากติดต่อกันได้ ลูกค้าได้ชักชวนเหยื่อให้ช่วยซื้อลวดหนามหีบเพลงมูลค่า 700,000 บาท โดยอ้างว่าจะนำไปส่งยังค่ายทหารในชลบุรี
เหยื่อหลงเชื่อและได้โอนเงินไปยังบัญชีธนาคารในชื่อห้างหุ้นส่วนจำกัด โดยคิดว่าเป็นธุรกิจที่ถูกต้องตามกฎหมาย อย่างไรก็ตาม ลูกค้าไม่สามารถติดต่อได้อีกหลังจากการโอน ทำให้เหยื่อตระหนักว่าถูกหลอกลวงและยื่นเรื่องร้องเรียนต่อตำรวจ
ระหว่างการสอบปากคำเบื้องต้น ผู้ต้องสงสัยให้การกับตำรวจว่า ปัญหาทางการเงินทำให้เธอต้องหาวิธีแก้ไข เธอเริ่มต้นด้วยการจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนจำกัด โดยมีตัวเองเป็นกรรมการ ทั้งที่บริษัทไม่มีการดำเนินธุรกิจจริง จากนั้นเธอก็เปิดบัญชีธนาคารในชื่อห้างหุ้นส่วน และขายผ่านกลุ่มเฟซบุ๊กที่โฆษณารับซื้อบัญชีธนาคาร โดยได้รับเงิน 80,000 บาท
จากการตรวจสอบหลักฐานที่พบในโทรศัพท์มือถือที่ยึดได้ แสดงให้เห็นว่าเธอยังทำหน้าที่เป็นนายหน้าจัดหาบัญชีม้าองค์กรดังกล่าวอื่นๆ อีกด้วย เมื่อตระหนักว่าบัญชีเหล่านี้สามารถสร้างผลตอบแทนที่ค่อนข้างสูงได้ เธอก็เริ่มโฆษณาบนเฟซบุ๊กเพื่อหาคนที่ต้องการเปิดบัญชีห้างหุ้นส่วนจำกัด
พนักงานสอบสวนกล่าวว่า การตรวจสอบบัญชีธนาคารที่เธอเคยขายก่อนหน้านี้พบว่าเชื่อมโยงกับคดีฉ้อโกงที่ได้รับรายงานจากเหยื่อทั่วประเทศ โดยมีมากกว่า 27 คดีที่เกี่ยวข้องกับแผนการหลอกลวงต่างๆ รวมถึงการถูกหลอกให้ทำกิจกรรมและลงทุน พนักงานสอบสวนเชื่อว่ายังมีเหยื่ออีกจำนวนมากที่ยังไม่ได้ยื่นเรื่องร้องเรียน
ผู้ต้องสงสัยยังให้การกับเจ้าหน้าที่ว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ เธอได้ติดต่อนักการเงินชาวจีนที่รู้จักกันในชื่อ “อาเหยา” ผ่าน Line และ Telegram โดยถูกกล่าวหาว่าเขาเสนอเงินให้เธอเพื่อชักชวนคนให้เปิดบัญชีม้าห้างหุ้นส่วนจำกัดที่พร้อมใช้งาน เขาระบุว่าจะจัดหาโทรศัพท์มือถือและซิมการ์ดจากตลาดมืดให้เธอใช้ในการหาผู้ถือบัญชี
ในทางกลับกัน เธอได้รับเงินระหว่าง 80,000 ถึง 150,000 บาทต่อบัญชี ขึ้นอยู่กับความพร้อมใช้งาน ผู้ต้องสงสัยกล่าวว่าเธอมีรายได้ประมาณ 100,000 บาทต่อเดือน ในช่วงสี่ถึงห้าเดือนที่เธอทำงานกับชาวจีนคนนี้
ขณะนี้พนักงานสอบสวนกำลังขยายผลการสอบสวนเพื่อจับกุมนักการเงินชาวจีนและนำผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม
ที่มา: Bangkok Post