ศาลปกครองสูงสุดสั่งรื้อคดีคุณสมบัติประธาน กสทช. กลับมาพิจารณาใหม่

แหล่งข่าวระบุเมื่อวันพุธที่ผ่านมาว่า ศาลปกครองสูงสุดได้ออกคำสั่งเมื่อวันจันทร์ให้ศาลปกครองกลางรับคำฟ้องคดีที่นายสรณะ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ยื่นฟ้อง เพื่อพิจารณาคำขอมาตรการชั่วคราวระหว่างรอคำตัดสินสุดท้าย
ก่อนหน้านี้ศาลปกครองกลางได้ปฏิเสธที่จะรับฟ้องคดีที่ประธาน กสทช. ยื่นคัดค้านคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหา กสทช. ที่มีต่อคุณสมบัติของเขา
ศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยว่านายสรณะมีสิทธิ์ที่จะนำคดีขึ้นสู่ศาลปกครองกลาง เนื่องจากคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหา กสทช. เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม มีผลกระทบโดยตรงต่อสถานะทางกฎหมาย สิทธิ และหน้าที่ของนายสรณะ ดังนั้นจึงถือเป็นคำสั่งทางปกครองที่สามารถถูกคัดค้านต่อศาลปกครองได้ เพื่อพิจารณาว่าคำสั่งนั้นชอบด้วยกฎหมายหรือไม่
นอกจากนี้ การยื่นฟ้องของนายสรณะต่อศาลปกครองกลางเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม ก็อยู่ในกรอบเวลา 90 วันตามกฎหมาย เนื่องจากเขาได้ทราบถึงคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหาเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม
ข้อพิพาทนี้เกิดขึ้นหลังจากคณะกรรมการสรรหา กสทช. มีมติเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคมว่า นายสรณะขาดคุณสมบัติในการดำรงตำแหน่ง เนื่องจากไม่ลาออกจากตำแหน่งที่ต้องห้ามตามกฎหมาย กสทช. ก่อนที่จะมีคุณสมบัติเข้ารับตำแหน่งกรรมการ
นายสรณะได้รับเลือกจากวุฒิสภาให้เป็นกรรมการ กสทช. เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2021 ก่อนที่จะได้รับการแต่งตั้งจากพระบรมราชโองการให้เป็นประธาน กสทช. มีผลตั้งแต่วันที่ 13 เมษายน 2022
อย่างไรก็ตาม คำสั่งล่าสุดนี้เกี่ยวข้องเฉพาะกับการที่ศาลควรรับคำฟ้องเพื่อการพิจารณาคดีหรือไม่เท่านั้น ไม่ได้เป็นการตัดสินว่าคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหาชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ หรือถือเป็นคำตัดสินสุดท้าย ประเด็นเหล่านี้จะถูกพิจารณาโดยศาลปกครองกลางต่อไป
ก่อนหน้านี้นายสรณะไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยดังกล่าว โดยแย้งว่าคณะกรรมการสรรหาไม่มีอำนาจในการตัดสินคุณสมบัติของเขาอีกต่อไปหลังจากที่เขาได้รับการแต่งตั้งเป็น กสทช. อย่างเป็นทางการโดยพระบรมราชโองการ หลังจากนั้นเขาได้ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองกลางเพื่อขอให้เพิกถอนคำวินิจฉัยคุณสมบัติของคณะกรรมการสรรหา
ศาลปกครองชั้นต้นพิจารณาว่า ณ ขั้นตอนนี้ นายสรณะยังไม่สามารถถือได้ว่าได้รับผลกระทบโดยตรงหรือได้รับความเสียหายจากการกระทำของคณะกรรมการสรรหา กสทช. และวินิจฉัยว่าเขาไม่มีสิทธิ์ที่จะยื่นฟ้องคดี ศาลยังระบุว่าเมื่อนายสรณะได้รับการแต่งตั้งเป็นประธาน กสทช. โดยพระบรมราชโองการแล้ว การถอดถอนออกจากตำแหน่งใดๆ ภายใต้สถานการณ์ที่กฎหมายกำหนด จะต้องเป็นไปตามขั้นตอนที่กฎหมายบัญญัติไว้
ที่มา: Bangkok Post