⚡ ข่าวด่วน
|
🌤️ กำลังโหลด... | 📅 3 กันยายน 2569

การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ คือ ‘กลไกขับเคลื่อนการเติบโต’

🕒 3 กันยายน 2569 ⏱️ อ่าน 6 นาที 👁️ 4 วิว ✍️ ฝ่ายข่าวท้องถิ่น ทีมข่าว ThaiPTV
ผู้นำจากภาครัฐ ภาคธุรกิจ องค์กรระหว่างประเทศ และสถาบันการศึกษา ทั้งในระดับโลก อาเซียน และไทย ได้รวมตัวกันที่งาน ESG Symposium 2026 ภายใต้หัวข้อ "Asean in Action: Powering Inclusive Green Transition" ซึ่งเป็นเวทีสำหรับการแลกเปลี่ยนมุมมองและขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียวสำหรับประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน งานนี้จัดขึ้นที่สำนักงานใหญ่ SCG เขตบางซื่อ ESG Symposium 2026
ผู้นำจากภาครัฐ ภาคธุรกิจ องค์กรระหว่างประเทศ และสถาบันการศึกษา ทั้งในระดับโลก อาเซียน และไทย ได้รวมตัวกันที่งาน ESG Symposium 2026 ภายใต้หัวข้อ "Asean in Action: Powering Inclusive Green Transition" ซึ่งเป็นเวทีสำหรับการแลกเปลี่ยนมุมมองและขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียวสำหรับประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน งานนี้จัดขึ้นที่สำนักงานใหญ่ SCG เขตบางซื่อ ESG Symposium 2026

นายพยุง ศรีวานิช ประธานร่วมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) กล่าวเมื่อวันพุธว่า การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำควรได้รับการปฏิบัติเสมือนเป็นกลไกขับเคลื่อนการเติบโตใหม่สำหรับประเทศไทย แทนที่จะเป็นเพียงภาระผูกพันด้านสิ่งแวดล้อม

ในการกล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ ‘Reinvent Thailand for a Low-Carbon Future’ ที่งาน ESG Symposium 2026 นายพยุงระบุว่า ประเทศไทยกำลังอยู่ในทางแยกทางเศรษฐกิจ เนื่องจากรูปแบบการเติบโตที่เคยพึ่งพาความสามารถในการแข่งขันด้านต้นทุน การส่งออก การท่องเที่ยว และห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก เริ่มไม่เพียงพออีกต่อไป นอกจากนี้ กฎการลงทุนและห่วงโซ่อุปทานทั่วโลกก็กำลังเปลี่ยนแปลงไปเช่นกัน โดยนักลงทุนต่างมองหาจุดหมายปลายทางที่เสนอความมั่นคง โครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่ง ต้นทุนที่แข่งขันได้ และพลังงานสะอาด

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) คาดการณ์การเติบโตระยะกลางของประเทศไทยอยู่ที่ 2.4% ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของเศรษฐกิจตลาดเกิดใหม่ในเอเชียที่ประมาณ 5% นายพยุงเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการค้นหาแหล่งการเติบโตใหม่ๆ เขาชี้ให้เห็นถึงพื้นที่ที่สามารถดึงดูดการลงทุนและเสริมสร้างความยืดหยุ่นของประเทศไทย ได้แก่ พลังงานสะอาด, การจัดเก็บพลังงาน, ประสิทธิภาพพลังงาน, กระบวนการอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ, การสัญจรด้วยไฟฟ้า, โครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะด้านสภาพภูมิอากาศ และเทคโนโลยีใหม่ๆ

นายพยุงกล่าวเสริมว่า ‘คาร์บอนต่ำไม่แยกจากความสามารถในการแข่งขันอีกต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คาร์บอนต่ำคือความสามารถในการแข่งขัน’ เขาเสริมว่าการเปลี่ยนผ่านนี้เป็นทั้งวาระการลงทุนและความสามารถในการแข่งขัน

ธนาคารโลกประมาณการว่าประเทศไทยจะต้องใช้เงินลงทุนประมาณ 2.9 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 7.3 ล้านล้านบาท ในการปรับตัวและบรรเทาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศระหว่างปี 2025 ถึง 2050 โดยประเทศไทยยังตั้งเป้าที่จะเพิ่มการลงทุนรวมจากประมาณ 23% เป็น 30% ของ GDP อีกด้วย นายพยุงย้ำว่าการดำเนินงานเป็นสิ่งสำคัญในการเปลี่ยนนโยบายให้เป็นการลงทุน

นายพยุงเรียกร้องให้มีการดำเนินการที่รวดเร็วยิ่งขึ้นสำหรับวาระ ‘Reinvent Thailand’ โดยการรวบรวมภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการเงิน และหน่วยงานทางเทคนิคให้ทำงานร่วมกันเพื่อเป้าหมายร่วมกัน เขายังเรียกร้องให้มีการมีส่วนร่วมที่มากขึ้นของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ในห่วงโซ่คุณค่าคาร์บอนต่ำ โดยระบุว่าบริษัทขนาดใหญ่ควรช่วยให้ผู้จัดหาปรับตัวได้ผ่านการสนับสนุนทางเทคนิค มาตรฐานร่วมกัน และเครื่องมือดิจิทัลราคาไม่แพงสำหรับการวัดและรายงานคาร์บอน นอกจากนี้ ข้อมูลที่ผ่านการตรวจสอบและแผนการเปลี่ยนผ่านที่น่าเชื่อถือควรเชื่อมโยงกับการเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่ดีขึ้น เพื่อช่วยให้สถาบันการเงินประเมินธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และช่วยให้ SMEs หาเงินทุนเพื่อลดคาร์บอนในขณะที่ยังคงความสามารถในการแข่งขัน

นายพยุงยังเน้นย้ำถึงงาน Bangkok Business Summit 2026: Reinvent Thailand, Resilient Asean ที่มีกำหนดจัดขึ้นในวันพฤหัสบดี ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อขับเคลื่อนวาระ Reinvent Thailand และ Resilient Asean

ที่มา: Bangkok Post

แชร์ข่าวนี้: Facebook X (Twitter) LINE

📰 ข่าวที่เกี่ยวข้อง