ทูตสหรัฐฯ แจงคำพูดเรื่อง ‘ที่ราบสูงโกลัน’ ยันจุดยืนตามทรัมป์

ทูตพิเศษสหรัฐฯ ประจำซีเรียและเอกอัครราชทูตประจำตุรกี ได้ออกมาถอนคำพูดของตนเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (24 ส.ค. 2026) หลังจากที่ก่อนหน้านี้เพียงสองวัน เขาได้กล่าวว่าอิสราเอล ‘ยังคง’ ยึดครองที่ราบสูงโกลัน ซึ่งเป็นการละเมิดมติของสหประชาชาติ โดยคำกล่าวนี้ขัดแย้งกับจุดยืนของอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ เกี่ยวกับดินแดนพิพาทดังกล่าว
อิสราเอลเข้ายึดที่ราบสูงโกลันจากซีเรียในสงครามตะวันออกกลางปี 1967 และผนวกรวมดินแดนดังกล่าวในปี 1981 อย่างไรก็ตาม สหประชาชาติและประชาคมระหว่างประเทศส่วนใหญ่พิจารณาว่าดินแดนนี้เป็นดินแดนของซีเรียที่ถูกยึดครอง และไม่ยอมรับการผนวกรวมของอิสราเอล
ในปี 2019 อดีตประธานาธิบดีทรัมป์ได้ให้การรับรองอธิปไตยของอิสราเอลเหนือดินแดนดังกล่าว ซึ่งเป็นการพลิกนโยบายของสหรัฐฯ ที่ดำเนินมาหลายทศวรรษ
เอกอัครราชทูตทอม บาร์รัก ได้กล่าวเมื่อวันศุกร์ในการสัมภาษณ์กับนักธุรกิจชาวเลบานอน-ออสเตรเลีย มาริโอ นอฟัล ว่าอิสราเอล ‘ยังคง’ ยึดครองดินแดนดังกล่าว แต่ในวันอาทิตย์ บาร์รักได้อธิบายว่าคำพูดดังกล่าวเป็นเพียงการอธิบายสถานะทางประวัติศาสตร์ของดินแดนนั้น ‘ไม่ใช่การรับรองจุดยืนของสหประชาชาติ’ เกี่ยวกับที่ราบสูงโกลัน
ในแถลงการณ์ที่ส่งถึงสำนักข่าว Associated Press เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เขากล่าวว่า ‘นโยบายของสหรัฐอเมริกาเกี่ยวกับที่ราบสูงโกลันได้ถูกกำหนดโดยประธานาธิบดีทรัมป์ในปี 2019 และยังคงไม่เปลี่ยนแปลง’
บาร์รักระบุว่า เขาตั้งใจที่จะอธิบายว่าทำไมเขาจึงไม่คาดการณ์การผนวกดินแดนในเลบานอน ซึ่งกองกำลังอิสราเอลได้ยึดครองบางส่วนทางใต้หลังสงครามอิสราเอล-ฮิซบอลเลาะห์ครั้งล่าสุด และเพื่อโต้แย้งว่าข้อตกลงที่มาจากการเจรจามีความยั่งยืนมากกว่าแผนที่ดินแดน โดยเขายกตัวอย่างที่ราบสูงโกลันว่า ‘ดินแดนที่ถูกยึดครองด้วยกำลังยังคงเป็นที่พิพาทมาหลายชั่วอายุคน’
ที่มา: South China Morning Post