⚡ ข่าวด่วน
|
🌤️ กำลังโหลด... | 📅 3 กันยายน 2569

สาเหตุหลักของอัคคีภัยในกรุงเทพฯ และวิธีป้องกัน

🕒 2 กันยายน 2569 ⏱️ อ่าน 8 นาที 👁️ 8 วิว ✍️ ฝ่ายข่าวท้องถิ่น ทีมข่าว ThaiPTV
เจ้าหน้าที่ดับเพลิงกำลังตรวจสอบอาคารที่เสียหายจากเหตุเพลิงไหม้ในกรุงเทพฯ ประเทศไทย (ภาพ: อภิชาติ จินากุล)
เจ้าหน้าที่ดับเพลิงกำลังตรวจสอบอาคารที่เสียหายจากเหตุเพลิงไหม้ในกรุงเทพฯ ประเทศไทย (ภาพ: อภิชาติ จินากุล)

รายงานพิเศษ: สาเหตุหลักของอัคคีภัยในกรุงเทพฯ และวิธีป้องกัน

เผยแพร่: 2 กันยายน 2569 เวลา 13:47 น.

ผู้เขียน: คณาพจน์ แสงชัย

จากการรายงานของสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกรุงเทพมหานคร (กทม.) ระบุว่า ความผิดปกติของระบบไฟฟ้าเป็นสาเหตุหลักของเหตุเพลิงไหม้ 1,745 ครั้งที่บันทึกไว้ในกรุงเทพฯ ระหว่างปี 2566-2568 โดยคิดเป็นจำนวน 823 กรณี

สาเหตุหลักของเพลิงไหม้ในกรุงเทพฯ

เครื่องใช้ไฟฟ้าชำรุดเป็นสาเหตุที่มีสัดส่วนมากที่สุดถึง 311 กรณี ตามมาด้วยเต้ารับและสายไฟชำรุด 269 กรณี และปลั๊กพ่วง 243 กรณี

ธูปเทียนเป็นสาเหตุของเพลิงไหม้ 136 ครั้ง ในขณะที่การหุงต้ม การอุ่นอาหาร และถังก๊าซชำรุดเป็นสาเหตุ 108 กรณี ส่วนการเผาหญ้าและขยะในที่โล่ง รวมถึงก้นบุหรี่ที่ทิ้งไม่เป็นที่เป็นสาเหตุที่เหลือ 62 กรณี

รายการตรวจสอบเพื่อป้องกันอัคคีภัย

เพื่อช่วยให้ประชาชนมีนิสัยที่ปลอดภัยยิ่งขึ้นและป้องกันเพลิงไหม้ ทางกรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้จัดหมวดหมู่ข้อควรระวังออกเป็น 4 ประเภทหลัก โดยอิงจากสาเหตุหลักของเพลิงไหม้ในเมืองหลวง

1. ระบบไฟฟ้าและเครื่องใช้ไฟฟ้า

เมื่อซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้า ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีเครื่องหมายมาตรฐานอุตสาหกรรม (มอก.) ที่ระบุแรงดันไฟฟ้าที่ใช้ในประเทศไทย และมีการรับประกันที่ชัดเจน ควรตรวจสอบสายไฟและเต้ารับเป็นประจำ หากพบร่องรอยการไหม้ ความเสียหาย หรือความหลวม ควรซ่อมแซมทันที

ไม่ควรเสียบปลั๊กพ่วงหลายตัวต่อกัน และควรสังเกตเสียงผิดปกติขณะเครื่องใช้ไฟฟ้าทำงาน หลังใช้งานควรดึงปลั๊กออก และทำความสะอาดเต้ารับเป็นประจำเพื่อป้องกันฝุ่นสะสม ซึ่งอาจเป็นสาเหตุของการเกิดประกายไฟ

2. ธูปและเทียน

ก่อนจุดธูปหรือเทียน ควรเลือกสถานที่ที่มั่นคง ห่างจากวัสดุไวไฟ เช่น ผ้าม่านและกองกระดาษ ควรเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษในบ้านที่มีเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้ป่วยติดเตียง

ประชาชนกำลังทำบุญด้วยธูปและเทียน ณ วัดพุทธในกรุงเทพฯ (ภาพ: สมชัย พุ่มหลาด)
ประชาชนกำลังทำบุญด้วยธูปและเทียน ณ วัดพุทธในกรุงเทพฯ (ภาพ: สมชัย พุ่มหลาด)

เมื่อจุดแล้วไม่ควรปล่อยธูปเทียนทิ้งไว้โดยไม่มีคนดูแล ต้องแน่ใจว่าดับสนิทแล้วก่อนออกจากบ้านหรือเข้านอน

3. การหุงต้มและถังก๊าซ

ก่อนหุงต้ม ควรตรวจสอบเตาและสายส่งก๊าซว่ามีการรั่วไหลหรือไม่ และควรใช้งานในบริเวณที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก ไม่ควรปล่อยเตาทิ้งไว้โดยไม่มีคนดูแลขณะหุงต้ม

หลังหุงต้ม ควรปิดวาล์วก๊าซและเตา และทำความสะอาดคราบไขมันที่สะสม ซึ่งอาจเป็นเชื้อเพลิงได้อย่างดี

4. การเผาขยะ หญ้า และบุหรี่

ประชาชนถูกเรียกร้องให้หลีกเลี่ยงการเผาขยะหรือใบไม้แห้ง และเลือกใช้วิธีการทำปุ๋ยหมักหรือการแยกขยะที่เหมาะสมแทน การสูบบุหรี่ควรจำกัดอยู่ในพื้นที่ที่กำหนด ก้นบุหรี่จะต้องดับให้สนิทก่อนทิ้ง เพื่อป้องกันการลุกไหม้ของวัสดุไวไฟที่อยู่ใกล้เคียง

คู่มือเอาตัวรอดในสถานการณ์ฉุกเฉินเพลิงไหม้

เจ้าหน้าที่ยังกระตุ้นให้ประชาชนเตรียมความพร้อมล่วงหน้าและเรียนรู้วิธีรับมือกับเพลิงไหม้และควันอย่างปลอดภัย คำแนะนำดังต่อไปนี้:

1. ประเมินสถานการณ์

หากได้กลิ่นควันหรือได้ยินเสียงสัญญาณเตือนภัย ให้แตะลูกบิดประตูด้วยหลังมือ หากร้อน ห้ามเปิดประตู เพราะอาจมีไฟอยู่อีกด้านหนึ่ง หากเป็นเพลิงไหม้เล็กน้อย ให้ใช้ถังดับเพลิงทันที หากไฟลุกลามแล้ว ให้อพยพทันทีและโทรสายด่วน 199

2. ตั้งสติและรายงานเหตุการณ์

อย่าตื่นตระหนก ประเมินเส้นทางหนีไฟที่ปลอดภัยที่สุด เมื่อโทรสายด่วน 199 ให้ระบุสถานที่ แผนผังอาคาร เส้นทางหนีไฟ และจำนวนคนที่ติดอยู่ให้ชัดเจน เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว

3. การใช้ถังดับเพลิง (ดึง-เล็ง-บีบ-กวาด)

ดึงสลักนิรภัยออก เล็งหัวฉีดไปที่ฐานของไฟ บีบที่จับ และกวาดไปด้านข้าง หลังใช้งาน ควรระบายอากาศในพื้นที่ สวมหน้ากากอนามัย และนำถังดับเพลิงไปเติมใหม่ทันที เนื่องจากไม่สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้

อาสาสมัครกู้ภัยกำลังสอนนักเรียนใช้ถังดับเพลิงที่โรงเรียนในจังหวัดสมุทรปราการ (ภาพ: สมชัย พุ่มหลาด)
อาสาสมัครกู้ภัยกำลังสอนนักเรียนใช้ถังดับเพลิงที่โรงเรียนในจังหวัดสมุทรปราการ (ภาพ: สมชัย พุ่มหลาด)

4. เทคนิคการหนีควันไฟ

ย่อตัวหรือคลานไปตามพื้น ซึ่งอากาศอาจจะหายใจได้ดีกว่า ใช้ผ้าเปียกปิดจมูกและปาก อย่าซ่อนตัวในห้องน้ำหรือพื้นที่ปิดอื่น ๆ เคลื่อนตัวไปยังหน้าต่างเพื่อส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ และออกจากพื้นที่ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ หลีกเลี่ยงการเปิดประตูที่นำไปสู่ห้องที่มีควันหนาแน่น

สายด่วนฉุกเฉิน

  • สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย: 199
  • ตำรวจท่องเที่ยว: 1155
  • เหตุฉุกเฉินทั่วไปและตำรวจ: 191

ที่มา: Bangkok Post

แชร์ข่าวนี้: Facebook X (Twitter) LINE

📰 ข่าวที่เกี่ยวข้อง