สถานการณ์โรคฝีดาษวานรและโควิด-19 ในไทยยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

กรมควบคุมโรคของไทยเปิดเผยว่า ผู้ป่วยโรคฝีดาษวานร (Mpox) และโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ยังคงมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนมิถุนายน โดยพบสายพันธุ์ฝีดาษวานรที่มีความรุนแรงมากขึ้น และอัตราการเสียชีวิตจากโควิด-19 ยังคงต่ำ
นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวเมื่อวันพุธว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 23 สิงหาคม ประเทศไทยพบผู้ป่วยฝีดาษวานรแล้ว 254 ราย แบ่งเป็นสายพันธุ์ Clade Ib จำนวน 193 ราย และสายพันธุ์ Clade II จำนวน 58 ราย ผู้ป่วยส่วนใหญ่อยู่ในกรุงเทพฯ ปริมณฑล เมืองใหญ่ และจังหวัดท่องเที่ยว การแพร่เชื้อส่วนใหญ่เกิดจากการมีเพศสัมพันธ์ ซึ่งเชื่อมโยงกับการเข้าใช้บริการในสถานที่ปิดและแออัด
นายแพทย์มณเฑียรกล่าวว่า สถานการณ์โรคฝีดาษวานรในประเทศไทยยังคงควบคุมได้ และจำนวนผู้ป่วยสายพันธุ์ Clade Ib กำลังเพิ่มขึ้น ซึ่งสายพันธุ์นี้ก่อให้เกิดอาการรุนแรงกว่าสายพันธุ์ Clade II โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ อาการที่พบได้แก่ มีไข้ ปวดศีรษะ ต่อมน้ำเหลืองโต และผื่นขึ้น
ส่วนสถานการณ์การติดเชื้อโควิด-19 นั้น แพทย์หญิงจุไร วงษ์สวัสดิ์ โฆษกกรมควบคุมโรค ระบุว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 31 สิงหาคม มีผู้ป่วยประมาณ 99,000 ราย โดยมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นตั้งแต่เดือนมิถุนายนเนื่องจากสภาพอากาศในฤดูฝน แต่จำนวนผู้ป่วยทั้งหมดต่ำกว่าตัวเลขในช่วงสามปีที่ผ่านมา
แพทย์หญิงจุไรกล่าวเพิ่มเติมว่า อัตราการเสียชีวิตในผู้ป่วยโควิด-19 ปัจจุบันอยู่ที่ 0.02% และผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นผู้ป่วยที่มีอายุมากกว่า 60 ปี ปีนี้ยังไม่มีผู้ป่วยเด็กเสียชีวิต เนื่องจากมียาและระบบการรักษาที่มีประสิทธิภาพเพียงพอ ซึ่งช่วยจำกัดอาการของโรคได้
การฉีดวัคซีน การรักษาสุขอนามัยส่วนบุคคลที่ดี และการหลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อหรือพื้นผิวที่ปนเปื้อน เป็นกุญแจสำคัญในการป้องกันทั้งไวรัสโคโรนาและฝีดาษวานร โดยโควิด-19 แพร่กระจายหลักผ่านละอองฝอยในอากาศ ในขณะที่ฝีดาษวานรแพร่กระจายหลักผ่านการสัมผัสใกล้ชิดระหว่างผิวหนัง
ที่มา: Bangkok Post