ทางการไทยรวบหนี้นจีนพันธุรกิจนอมินี 600 ล้าน ในสมุทรสาคร


ตำรวจไทยรวบหนี้นจีน พัวพันธุรกิจนอมินี 600 ล้านบาท ในจังหวัดสมุทรสาคร
ชายชาวจีนที่หลบหนีการจับกุมในประเทศจีนมานานกว่าทศวรรษ ถูกจับกุมตัวได้ที่จังหวัดสมุทรสาคร ประเทศไทย ในข้อหาพัวพันกับบริษัทนอมินีมูลค่ากว่า 600 ล้านบาท และต้องสงสัยว่าบุตรชายของเขาได้สัญชาติไทยโดยการจดทะเบียนฉ้อโกง
พล.ต.อ. สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่อาวุโสจากกรมการปกครอง (DOPA) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และนายอำนาจ เจริญศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ได้ประกาศเมื่อวันพุธถึงการจับกุมผู้ต้องสงสัยคนสำคัญที่ทางการจีนต้องการตัวในคดีทุจริตในประเทศจีน
พล.ต.อ. สำราญ กล่าวว่า ผู้ต้องสงสัยซึ่งระบุเพียงชื่อว่า นายมโย (Myo) และใช้สัญชาติเมียนมาเพื่ออำพรางตัว ถูกกล่าวหาว่าลักลอบนำเงินเข้าประเทศไทยและฟอกเงินมานานกว่า 10 ปี เขาถูกจับกุมหลังจากการบุกตรวจค้นธุรกิจผลิตยางรถยนต์ในจังหวัดสมุทรสาคร
จากการสืบสวนพบว่า นายมโย มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทสามแห่งที่ต้องสงสัยว่าใช้คนไทยเป็นนอมินีเพื่อปกปิดการเป็นเจ้าของของชาวต่างชาติ บริษัททั้งสามมีสำนักงานใหญ่ร่วมกันในตำบลอ้อมน้อย อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร และมีทุนจดทะเบียนรวม 191 ล้านบาท บริษัทเหล่านี้ครอบคลุมอสังหาริมทรัพย์บนที่ดินกว่า 28 ไร่ ซึ่งใช้สำหรับที่อยู่อาศัย โรงงาน และธุรกิจให้เช่า คิดเป็นมูลค่าประมาณ 600 ล้านบาท นายมโยถูกระบุว่าเป็นผู้ถือหุ้นโดยตรงและเป็นกรรมการผู้มีอำนาจของทั้งสามบริษัท
การสอบสวนพบว่า ผู้ถือหุ้นชาวไทยที่ระบุชื่อสำหรับธุรกิจเหล่านี้เป็นพนักงานขับรถอิสระที่เคยส่งสินค้าเป็นประจำให้กับหนึ่งในสามบริษัท แต่ไม่เคยลงทุนหรือถือหุ้นในบริษัทใดๆ
เบาะแสสำคัญและการจับกุม
เบาะแสสำคัญเกิดขึ้นเมื่อระบบจดจำใบหน้าของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองระบุว่า นายมโย อาจเป็นบุคคลเดียวกันกับชาวจีนที่ระบุเพียงชื่อว่า นายลี (Li) เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองได้ประสานงานกับตำรวจจีนและพบว่า นายลี ถูกทางการจีนต้องการตัวในข้อหาสนับสนุนการทุจริตในโครงการของรัฐบาล ผู้ต้องสงสัยได้หลบหนีออกจากประเทศจีนทันทีที่มีการตั้งข้อกล่าวหา
ระหว่างปี 2556 ถึง 2559 นายลีได้เดินทางเข้าออกประเทศไทย 14 ครั้งโดยใช้หนังสือเดินทางจีน ในปี 2561 เขาเริ่มใช้ชื่อ นายมโย และหนังสือเดินทางเมียนมา โดยเดินทางเข้าออกประเทศอีก 48 ครั้ง
ตำรวจได้รวบรวมหลักฐานและขอหมายจับจากศาลจังหวัดสมุทรสาครในข้อหาที่เกี่ยวข้องกับการใช้คนไทยเป็นนอมินีสำหรับผู้ถือหุ้นต่างชาติ และการประกอบธุรกิจที่ขัดต่อกฎหมายไทย
ระหว่างการตรวจค้นบริษัททั้งสาม เจ้าหน้าที่ยึดเอกสารสำคัญได้หลายรายการ รวมถึงโฉนดที่ดินและสัญญาซื้อขายมูลค่า 9 ล้านบาท เจ้าหน้าที่ยังได้พบบุตรชายของผู้ต้องสงสัย ซึ่งระบุชื่อว่า นายธร (Thor) ซึ่งได้แสดงบัตรประจำตัวประชาชนไทยที่ระบุว่าเขาเกิดในประเทศไทย อย่างไรก็ตาม การตรวจสอบลายนิ้วมือพบว่าตรงกับบุคคลชื่อ นายจี (Ji) ซึ่งเป็นชาวจีนที่เคยใช้หนังสือเดินทางจีนเดินทางเข้าออกประเทศไทย
การตรวจสอบเพิ่มเติมเกี่ยวกับบัตรประจำตัวประชาชนไทยของนายธร ซึ่งออกให้ในปี 2566 พบความเชื่อมโยงกับอดีตเจ้าหน้าที่ปกครองส่วนท้องถิ่นที่เคยถูกจับกุมในข้อหาช่วยเหลือชาวต่างชาติให้ได้บัตรประจำตัวประชาชนอย่างผิดกฎหมาย
ตำรวจได้ควบคุมตัวทั้ง นายลี (นายมโย) และ นายจี (นายธร) เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และเก็บตัวอย่าง DNA จากทั้งสองคนและหญิงไทยที่ระบุว่าเป็นมารดาของนายธรในเอกสารทะเบียนราษฎร์ ตัวอย่างจะถูกนำไปทดสอบเพื่อสร้างความสัมพันธ์ทางชีวภาพ หากการสอบสวนพบว่าหญิงคนดังกล่าวมีส่วนร่วมในการฉ้อโกงอัตลักษณ์โดยรู้เห็นเป็นใจ เธออาจต้องเผชิญกับการดำเนินการทางกฎหมายเช่นกัน
พล.ต.อ. สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวในระหว่างการแถลงข่าวการจับกุมผู้ต้องสงสัยชาวจีนและบุตรชาย (ภาพ: สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสาคร)
ที่มา: Bangkok Post