ฝนตกหนักต่อเนื่องทั่วไทย กรมอุตุฯ เตือนน้ำท่วมฉับพลัน-ดินถล่ม

กรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งเตือนว่า ประเทศไทยจะเผชิญกับฝนตกหนักถึงหนักมากต่อเนื่องระหว่างวันพฤหัสบดีถึงวันอาทิตย์นี้ โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินถล่ม
ปริมาณฝนที่ตกหนักนี้คาดว่าจะเริ่มต้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ก่อนจะขยายวงกว้างไปสู่ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ในช่วงเวลาดังกล่าว สาเหตุมาจากระบบความกดอากาศสูงจากจีนที่แผ่ลงมาปกคลุมบริเวณภาคเหนือตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ทำให้ร่องมรสุมเลื่อนผ่านภาคกลางตอนล่าง ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน นอกจากนี้ ระบบดังกล่าวยังจะทำงานร่วมกับลมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยที่มีกำลังแรงขึ้น

ที่จังหวัดเพชรบูรณ์ ธงแดงเตือนภัยน้ำท่วมถูกยกขึ้นที่สถานีวัดระดับน้ำในอำเภอหล่มสัก หลังจากที่ระดับน้ำขึ้นสูงถึง 8.12 เมตร เมื่อเวลา 08.00 น. ของวันพุธ และยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอีกตามข้อมูลจากสำนักงานชลประทานจังหวัด ขณะที่สถานีวัดระดับน้ำอีกสองแห่งในอำเภอหล่มเก่าและสะพานบ้านวังโรง รายงานระดับน้ำที่ 5.97 และ 4.55 เมตรตามลำดับ แม้ระดับน้ำจะยังคงต่ำกว่า แต่กรมชลประทานระบุว่า การสะสมของน้ำจากฝนที่ตกต่อเนื่องอาจนำไปสู่ภาวะน้ำเอ่อล้นอย่างรวดเร็วได้ จึงได้แจ้งเตือนให้พื้นที่นอกคันกั้นน้ำถาวรและพื้นที่ลุ่มต่ำเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด
ในส่วนของจังหวัดน่าน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ออกประกาศด่วนเมื่อวันพุธ กำชับให้สำนักงานเขตต่างๆ ติดตามระดับน้ำในแม่น้ำในท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด และเตรียมอุปกรณ์และเครื่องจักรสำหรับภาวะฉุกเฉิน ขณะนี้มีบางพื้นที่ได้รับผลกระทบจากน้ำป่าไหลหลากและดินถล่ม โดยเจ้าหน้าที่กำลังเร่งเข้าให้ความช่วยเหลือในพื้นที่ เช่น อำเภอบ้านหลวง อำเภอนาน้อย อำเภอนาหมื่น และอำเภอเวียงสา ข้อมูลจากสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดน่านเมื่อเวลา 13.00 น. ของวันพุธ ระบุว่าฝนได้ตกลงมาอย่างต่อเนื่องในจังหวัดน่าน แพร่ และพะเยามานานกว่าสามชั่วโมงแล้ว
เมื่อเดือนที่แล้ว จังหวัดน่านประสบกับภาวะฝนตกหนักมากผิดปกติ โดยอำเภอปัวได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุด ทำให้มีผู้เสียชีวิต 4 ราย และโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่ง สาธารณูปโภค การศึกษา การดูแลสุขภาพ และการเกษตรได้รับความเสียหายอย่างกว้างขวาง
กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่า วันพุธนี้จะมีพายุฝนฟ้าคะนองส่งผลกระทบต่อ 60% ถึง 70% ของแต่ละภูมิภาคทั่วประเทศ รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑลด้วย
ที่มา: Bangkok Post