ศุลกากรภาคใต้ตรวจยึดกาแฟเถื่อนครั้งแรก มูลค่ากว่า 200 ล้านบาท

เจ้าหน้าที่ศุลกากรในภาคใต้ของไทยได้ทำการตรวจยึดเมล็ดกาแฟเขียวนำเข้าอย่างผิดกฎหมายมากกว่า 20 ตันในปีนี้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการปราบปรามครั้งใหญ่ ส่งผลให้มีการตรวจยึดสินค้ารวมมูลค่า 216 ล้านบาท
นายพิชญา เจริญสันต์ ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรภาคที่ 4 ซึ่งครอบคลุมเจ็ดจังหวัดภาคใต้ ได้แก่ กระบี่ นราธิวาส ปัตตานี สตูล สงขลา ตรัง และยะลา กล่าวว่า การตรวจยึดกาแฟที่เกิดขึ้น 3 ครั้งแยกกันนี้ ถือเป็นครั้งแรกของภูมิภาคนี้
ในการบรรยายสรุปกิจกรรมที่ดำเนินการในปีงบประมาณ 2026 ซึ่งจะสิ้นสุดในวันที่ 30 กันยายนนี้ นายพิชญากล่าวว่า มูลค่ารวมของการตรวจยึดทั้งหมดเพิ่มขึ้น 20.5% จากปีก่อนหน้า
นายพิชญากล่าวเสริมว่า การตรวจยึดดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อยับยั้งการนำเข้าที่ผิดกฎหมาย ปกป้องธุรกิจภายในประเทศ และสร้างความมั่นใจในการแข่งขันที่เป็นธรรม

สำนักงานศุลกากรภาคที่ 4 ได้จัดการคดีทั้งหมด 1,964 คดีในปีงบประมาณปัจจุบัน โดยบุหรี่ต่างประเทศที่ไม่มีการเสียภาษีมีจำนวนและมูลค่าการตรวจยึดมากที่สุด คือ 597 คดี คิดเป็นบุหรี่มากกว่า 20 ล้านมวน มูลค่า 91.9 ล้านบาท
นายพิชญากล่าวว่า การตรวจยึดเมล็ดกาแฟนำเข้าอย่างผิดกฎหมายมีเป้าหมายเพื่อปกป้องภาคเกษตรกรรมของไทย เนื่องจากสินค้าที่นำเข้าอย่างผิดกฎหมายและจำหน่ายในราคาที่ต่ำกว่า อาจส่งผลให้ราคาสินค้าภายในประเทศลดลง และส่งผลกระทบต่อเกษตรกรและผู้ประกอบการไทย
นอกจากนี้ สำนักงานศุลกากรยังรายงาน 640 คดีที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดของมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) รวมถึงของเล่นเด็กและยา ซึ่งนายพิชญากล่าวว่า มีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันไม่ให้ผลิตภัณฑ์ที่อาจเป็นอันตรายไปถึงผู้บริโภค และเพื่อเสริมสร้างการควบคุมสินค้าผิดกฎหมาย ณ จุดนำเข้า

ที่มา: Bangkok Post