ทางการไทยพบสารเคมีต้องห้ามในวัว ปราบปรามผู้ค้าได้

เจ้าหน้าที่ทางการไทยได้เข้าจับกุมผู้จำหน่ายสารเคมีรายหนึ่ง หลังจากพบ ‘ซัลบูทามอล’ ซึ่งเป็นเบต้าอะโกนิสต์ที่ใช้ผิดกฎหมายเป็นสารเร่ง ‘เนื้อแดง’ ในวัวเกือบ 1,000 ตัว จากการสืบสวนนานแปดเดือนที่ครอบคลุมห้าจังหวัด
พล.ต.ท. ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการสอบสวนกลาง (บช.ก.) กล่าวในการแถลงข่าวเมื่อวันอังคารว่า ตำรวจและเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ได้ยึดอาหารสัตว์ วัตถุดิบ และอุปกรณ์การผลิตมูลค่า 32 ล้านบาท และเปิดเผยการทำธุรกรรมทางการเงิน 80 ล้านบาทที่เชื่อมโยงกับผู้จำหน่ายรายนี้
เบต้าอะโกนิสต์ เช่น ซัลบูทามอล ก่อให้เกิดภัยคุกคามต่อสุขภาพของมนุษย์ เนื่องจากสารเหล่านี้สามารถส่งผ่านจากอาหารสัตว์ไปยังวัว และคงเหลือเป็นสารตกค้างในเนื้อสัตว์ได้ สารเหล่านี้ถูกใช้อย่างถูกกฎหมายในผลิตภัณฑ์สำหรับรักษาปัญหาการหายใจในมนุษย์ แต่ก็ยังถูกนำไปใช้อย่างผิดกฎหมายเพื่อเพิ่มมวลกล้ามเนื้อและลดไขมันในวัว
ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) และเจ้าหน้าที่จากกรมปศุสัตว์ ได้เริ่มการสอบสวนตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ โดยได้ติดตามห่วงโซ่อุปทานจากตลาดและฟาร์มเลี้ยงสัตว์ ไปยังโรงงานผลิตอาหารสัตว์ และผู้จำหน่ายสารเคมีต้นทาง

การสืบสวนและตรวจพบสารต้องห้าม
พล.ต.ท. ณัฐศักดิ์ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจค้น 16 แห่งในจังหวัดปทุมธานี สระบุรี สุพรรณบุรี กาญจนบุรี และเพชรบุรี และได้ทดสอบวัวจำนวน 967 ตัว การทดสอบพบสารซัลบูทามอลตกค้างในปัสสาวะและเนื้อวัวของโค เจ้าหน้าที่ยึดหรืออายัดอาหารสัตว์ วัตถุดิบ พรีมิกซ์ และอุปกรณ์การผลิตรวมมูลค่า 32.4 ล้านบาท
การสอบสวนเพิ่มเติมพบว่ามีการทำธุรกรรม 80.3 ล้านบาทที่ไหลเข้าและออกจากบัญชีที่เชื่อมโยงกับผู้จำหน่ายสารเคมีที่ใช้ในกระบวนการนี้
พล.ต.ต. คงกฤช เลิศสิทธิกุล ผู้บังคับการกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) กล่าวว่า การปฏิบัติการเริ่มต้นด้วยการตรวจสอบที่ตลาดและร้านจำหน่ายเนื้อสัตว์ มีการเก็บตัวอย่างและทดสอบหาสารตกค้างต้องห้าม เมื่อตรวจพบสารต้องห้าม เจ้าหน้าที่ได้ติดตามเนื้อสัตว์กลับไปยังโรงฆ่าสัตว์และฟาร์มโค ก่อนที่จะขยายการสอบสวนไปยังอาหารสัตว์และกระบวนการผลิตที่เกี่ยวข้อง
สารดังกล่าวถูกพบในเนื้อสัตว์ อาหารสัตว์ อุปกรณ์การผลิตอาหาร และในวัวตามฟาร์มที่ต้องสงสัยว่าใช้อาหารสัตว์ปนเปื้อน หลักฐานถูกยึดและขยายผลการสอบสวน
การจับกุมผู้ต้องสงสัยและอันตรายต่อสุขภาพ
พล.ต.ต. คงกฤช กล่าวว่า ในเดือนมิถุนายน เจ้าหน้าที่สืบสวนได้รับข้อมูลจากฟาร์มหลายแห่งและบันทึกทางการเงินที่ระบุผู้จำหน่ายสารและอาหารสัตว์ที่มีสารดังกล่าวแก่ฟาร์ม เจ้าหน้าที่พบว่าหลังจากการตรวจค้นหลายครั้งที่ดำเนินการเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน ผู้ต้องสงสัยได้โอนเงินกว่า 8 ล้านบาทออกจากบัญชีของเขา หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่สืบสวนได้รวบรวมหลักฐานเพิ่มเติม รวมถึงคำให้การของพยาน บันทึกทางการเงิน และผลการทดสอบทางวิทยาศาสตร์ เพื่อระบุสารที่พบในฟาร์ม การทดสอบในห้องปฏิบัติการยืนยันว่าเป็นซัลบูทามอล
ต่อมาเจ้าหน้าที่สืบสวนได้ยื่นหลักฐานต่อศาลเพื่อขอหมายจับ เมื่อวันที่ 4 กันยายน ตำรวจได้จับกุมผู้ต้องสงสัย ซึ่งระบุเพียงว่าเป็น ‘นายเอก’ ที่บ้านของเขา การตรวจสอบประวัติพบว่าเขาเคยทำงานเป็นตัวแทนฝ่ายขายในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ตั้งแต่ปี 1996 แม้ว่าปัจจุบันเขาจะไม่มีใบอนุญาตขายอาหารสัตว์ก็ตาม
การตรวจสอบบัญชีที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมอาหารสัตว์พบว่ามีเงินกว่า 80 ล้านบาทไหลเข้าและออกบัญชีตั้งแต่ปลายปีที่แล้วจนถึงช่วงเวลาที่ผู้ต้องสงสัยโอนเงินออก
นายสราวุฒิ เนื่องจำนงค์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า การดำเนินการที่ผิดกฎหมายนี้มีขนาดใหญ่และอาจส่งผลกระทบต่อทั้งเศรษฐกิจและผู้บริโภค
นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า ทางกรมได้เพิ่มความเข้มข้นในการปราบปรามหลังจากได้รับข้อร้องเรียนจากผู้บริโภคและเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ เขายังเตือนผู้บริโภคและเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ว่าซัลบูทามอลเป็นสารต้องห้ามอย่างเด็ดขาดในการผสมในอาหารสัตว์ เนื่องจากสารตกค้างอาจคงอยู่ในเนื้อสัตว์และส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคได้
ผู้ที่มีโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง หรือเบาหวาน รวมถึงหญิงตั้งครรภ์และเด็ก อาจมีความเสี่ยงเป็นพิเศษ การสัมผัสสารนี้อาจทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ ตัวสั่น คลื่นไส้ อาเจียน และวิงเวียนศีรษะ และอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ เขากล่าวเสริม
ที่มา: Bangkok Post