ตำรวจขอนแก่นสอบสวนคดีข้อพิพาทที่ดินวัดป่าอดุลยาราม
ตำรวจขอนแก่นรับเรื่องร้องเรียนคดีข้อพิพาทที่ดินวัดป่าอดุลยาราม
เจ้าหน้าที่สำนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่นได้ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อตำรวจ เพื่อดำเนินคดีกับผู้จัดการมรดกที่ถูกกล่าวหาว่าแจ้งความเท็จเกี่ยวกับโฉนดที่ดิน ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญในข้อพิพาทที่รุนแรงเกี่ยวกับอนาคตของวัดป่าอดุลยาราม

เมื่อเร็วๆ นี้ เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยารามได้นำโฉนดที่ดินฉบับจริงที่อ้างว่าเป็นของวัด ซึ่งที่ดินดังกล่าวเป็นที่ดินที่นางเฮียง พิมพ์ศรี ชาวจังหวัดขอนแก่น ซึ่งเสียชีวิตเมื่อปี พ.ศ. 2534 ได้บริจาคไว้สำหรับสร้างวัด โดยพระครูอดุลศาสนกิจได้ยื่นคัดค้านการขอออกโฉนดที่ดินใหม่ของทายาทของนางเฮียง และขอให้จดทะเบียนที่ดินดังกล่าวเป็นชื่อของวัด
เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่จากสำนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่นได้ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อดำเนินคดีกับนางบัวไข สรณสมุทร ผู้จัดการมรดกของนางเฮียง ซึ่งได้ยื่นขอออกโฉนดที่ดินใหม่ หลังจากที่อ้างว่าเอกสารต้นฉบับได้สูญหายไป

พ.ต.อ.ยศวัจน์ แก้วสืบธัญกิตติ์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองขอนแก่น กล่าวเมื่อวันพุธว่า ตำรวจได้รับเรื่องร้องเรียนแล้ว และได้สอบปากคำพนักงานสำนักงานที่ดิน 2 คน ได้แก่ เจ้าหน้าที่ผู้รับเรื่องและบันทึกคำให้การ รวมถึงหัวหน้างานที่อนุมัติให้ดำเนินการเรื่องดังกล่าว
“พนักงานสอบสวนจะตรวจสอบพยานหลักฐานที่สำนักงานที่ดินจังหวัดนำส่ง รวมถึงพยานหลักฐานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง” พ.ต.อ.ยศวัจน์กล่าว “จากนั้นจะพิจารณาออกหมายเรียกนางบัวไข ผู้จัดการมรดก มารับทราบข้อกล่าวหา”
พ.ต.อ.ยศวัจน์ระบุว่า มีหลักฐานเอกสารที่ชัดเจนอยู่แล้ว เนื่องจากมีลายเซ็นของผู้ถูกกล่าวหาปรากฏในเอกสารที่เกี่ยวข้อง พนักงานสอบสวนยังวางแผนที่จะเรียกพยานอีก 2 คน ที่มีลายเซ็นปรากฏอยู่ในเอกสารมาสอบปากคำด้วย โดยกระบวนการดังกล่าวจะต้องดำเนินการด้วยความรอบคอบและอาจใช้เวลาประมาณ 1 ถึง 2 สัปดาห์
นายปองสุวัฒน์ ชัยต้นเชื้อก เจ้าหน้าที่อาวุโสของสำนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า มีความผิดที่อาจเกิดขึ้นได้ 2 ประการตามประมวลกฎหมายอาญา ได้แก่ การแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงาน และการทำให้เจ้าพนักงานบันทึกข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารราชการ
เขากล่าวว่า เจ้าหน้าที่ที่ดินทั้งสองคนที่เกี่ยวข้องไม่ได้กังวลเกี่ยวกับคดีนี้ เพราะพวกเขาได้ดำเนินการอย่างเคร่งครัดตามกฎหมายและขั้นตอนการบริหาร
ขณะเดียวกัน ตำรวจกำลังรอข้อมูลจากนางช่อมานี น้อยจันทร์ หรือ “ป้าดา” ซึ่งเป็นโฆษกของทายาทในการพยายามทวงคืนที่ดินจากวัด ตำรวจได้ออกหมายเรียกนางช่อมานีและบุคคลอื่นๆ อีก 4 คน เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาบุกรุกและขัดขวางทางเข้าวัดป่าอดุลยาราม หลังจากที่ภาพจากกล้องวงจรปิดและคำให้การของพยานระบุว่าเธออยู่ในที่เกิดเหตุ
นางช่อมานี วัย 62 ปี หลานสาวของนางเฮียง พิมพ์ศรี เคยให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า จะเข้าพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียก โดยหมายเรียกฉบับแรกกำหนดให้เธอมาปรากฏตัวในวันที่ 27 สิงหาคม พ.ต.อ.ยศวัจน์กล่าวว่า หากเธอไม่มา จะมีการออกหมายเรียกฉบับที่สองตามขั้นตอนทางกฎหมาย
วัดป่าอดุลยาราม ซึ่งเป็นวัดป่าในอำเภอเมืองขอนแก่น ตกเป็นข่าวใหญ่เนื่องจากข้อพิพาทเรื่องที่ดินที่เกี่ยวข้องกับทายาทของผู้ที่บริจาคที่ดินเพื่อจัดตั้งวัดในปี พ.ศ. 2533
ที่มา: Bangkok Post