กลุ่มตาลีบันครองอำนาจในอัฟกานิสถานครบ 5 ปี: 5 สิ่งควรรู้
กลุ่มตาลีบันในอัฟกานิสถานกำลังครบรอบ 5 ปีของการกลับมามีอำนาจในประเทศ ซึ่งก่อนหน้านี้เคยอยู่ภายใต้การปกครองที่ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯ มานานสองทศวรรษ ตั้งแต่วันที่ 15 สิงหาคม 2021 ที่กลุ่มตาลีบันกลับเข้ามายังกรุงคาบูล หลายคนกังวลว่าอัฟกานิสถานจะเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจล่มสลาย การโดดเดี่ยวทางการทูต และความขัดแย้งที่ปะทุขึ้นอีกครั้ง
แม้ว่าสถานการณ์ด้านความปลอดภัยจะดีขึ้นเล็กน้อย แต่สิทธิสตรีกลับถูกจำกัดอย่างรุนแรง และเศรษฐกิจของประเทศยังคงอยู่ในภาวะอ่อนแอ
บทความนี้จะสรุป 5 ประเด็นสำคัญที่ควรรู้เกี่ยวกับสถานการณ์ในอัฟกานิสถานภายใต้การปกครองของตาลีบัน
1. สิทธิสตรีและเด็กหญิงที่สูญหายไปจากสังคม
สิ่งที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์มากที่สุดในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา คือการถอยหลังเข้าคลองของสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะ สิทธิของผู้หญิง
-
การศึกษา: เด็กหญิงอายุเกิน 12 ปี (ระดับมัธยมขึ้นไป) และผู้หญิงในระดับมหาวิทยาลัยยังคงถูกห้ามเรียน
-
การทำงาน: ผู้หญิงถูกสั่งห้ามทำงานในหน่วยงานรัฐ และองค์การสาธารณกุศล (NGOs) เกือบทั้งหมด
-
ชีวิตประจำวัน: ข้อบังคับใหม่อย่างการแต่งกายปิดหน้ามิดชิด การห้ามเดินทางไกลโดยไม่มีผู้ปกครองชาย (Mahram) และการสั่งปิดร้านเสริมสวย ทำให้ผู้หญิงถูกตัดขาดจากพื้นที่สาธารณะโดยสิ้นเชิง
2. เศรษฐกิจยังคงวิกฤต แม้จะมีความพยายามปฏิรูป
แม้กลุ่มตาลีบันจะพยายามชูผลงานเรื่องการปราบปรามการทุจริตและการเก็บภาษีที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่เศรษฐกิจโดยรวมยังคงย่ำแย่
-
การถูกอายัดทรัพย์สิน: เงินสำรองต่างประเทศของอัฟกานิสถานมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ยังคงถูกสหรัฐฯ และชาติตะวันตกอายัดไว้
-
ความตื่นกลัวของนักลงทุน: การขาดเสถียรภาพทางกฎหมายและการถูกคว่ำบาตร ทำให้นักลงทุนต่างชาติไม่กล้าเข้ามาลงทุน
-
ความยากจน: ประชาชนมากกว่าครึ่งประเทศยังคงต้องพึ่งพาความช่วยเหลือทางการมนุษยธรรมเพื่อการอยู่รอดในแต่ละวัน
3. สถานการณ์ความปลอดภัยดีขึ้น แต่ภัยคุกคามใหม่ยังคงอยู่
จุดที่ตาลีบันมักอ้างว่าเป็นความสำเร็จคือ “ความสงบเรียบร้อย” ที่เพิ่มขึ้นหลังจากสงครามยาวนาน 20 ปีจบลง
-
สงครามขนาดใหญ่และการปะทะระหว่างกองกำลังรัฐบาลเดิมกับตาลีบันยุติลง ส่งผลให้ยอดผู้เสียชีวิตจากสงครามลดลงอย่างเห็นได้ชัด
-
อย่างไรก็ตาม ประเทศยังคงเผชิญการก่อเกลียดชังและการโจมตีเป็นระยะจาก กลุ่มไอซิส-เค (ISIS-K) ซึ่งเป็นศัตรูตัวฉกาจของตาลีบัน รวมถึงกลุ่มต่อต้านขนาดเล็กในบางภูมิภาค
4. สภาพโดดเดี่ยวทางการทูต และ “การยอมรับอย่างไม่เป็นทางการ”
ผ่านไป 5 ปี ยัง ไม่มีประเทศใดในโลกที่รับรองรัฐบาลตาลีบันอย่างเป็นทางการ เนื่องจากเงื่อนไขด้านสิทธิมนุษยชน
-
ชาติตะวันตกยังคงเว้นระยะห่างและใช้มาตรการกดดันทางการเมือง
-
อย่างไรก็ตาม ประเทศมหาอำนาจในภูมิภาคอย่าง จีน รัสเซีย อิหร่าน และประเทศในเอเชียกลาง เริ่มสร้างความสัมพันธ์เชิงยุทธศาสตร์และการค้า “อย่างเป็นทางการในทางปฏิบัติ” (De facto) มีการเปิดสถานทูตและทำข้อตกลงทางการค้า เพื่อรักษาเสถียรภาพตามแนวชายแดนและผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ
5. การสั่งห้ามปลูกฝิ่นและผลกระทบระดับโลก
หนึ่งในนโยบายที่เด็ดขาดที่สุดของตาลีบันคือการประกาศ ห้ามปลูกฝิ่น อย่างเด็ดขาด
-
พื้นที่การปลูกฝิ่นในอัฟกานิสถานลดลงมากกว่า 90% ซึ่งนับเป็นผลงานด้านการปราบปรามยาเสพติดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์
-
ผลกระทบสองด้าน: แม้จะช่วยลดปริมาณเฮโรอีนในตลาดโลก แต่ในทางกลับกัน มันได้ทำลายรายได้หลักของเกษตรกรยากจนหลายล้านคนในอัฟกานิสถาน โดยที่รัฐบาลยังไม่สามารถหาสืชเศรษฐกิจอื่นมาทดแทนได้อย่างเพียงพอ
บทสรุป: 5 ปีผ่านไป อัฟกานิสถานภายใต้การปกครองของตาลีบันได้พิสูจน์ให้เห็นว่าพวกเขาสามารถควบคุมอำนาจและรักษาความสงบในดินแดนได้ดีกว่าที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้ในตอนแรก แต่ราคาที่ประเทศต้องจ่ายคือการสูญเสียอิสรภาพของประชากรหญิงครึ่งประเทศ และวิกฤตการเงินที่ยังคงไร้ทางออกที่ยั่งยืน
ที่มา: Nikkei Asia