⚡ ข่าวด่วน
|
🌤️ กำลังโหลด... | 📅 9 กันยายน 2569

รถถัง Type 59 กองทัพบังกลาเทศระเบิดสนั่นกลางการฝึกกระสุนจริง ทหารดับ 2 นาย สาหัส 1 เร่งสอบสาเหตุ

🕒 9 กันยายน 2569 ⏱️ อ่าน 10 นาที 👁️ 7 วิว ✍️ ฝ่ายข่าวต่างประเทศ ทีมข่าว ThaiPTV

ประเด็นสำคัญของเหตุการณ์

  • เกิดเหตุรถถังหลัก Type 59 ของกองทัพบกบังกลาเทศระเบิดอย่างรุนแรง ระหว่างการฝึกซ้อมยิงกระสุนจริง
  • สถานที่เกิดเหตุคือสนามยิงปืนใหญ่ Hathazari Field Firing Range อำเภอฮาธาซารี จังหวัดจิตตะกอง
  • ส่งผลให้กำลังพลประจำรถเสียชีวิตทันที 2 นาย และนายทหารบาดเจ็บสาหัส 1 นาย ถูกนำส่ง รพ.ทหาร CMH
  • กองทัพบกบังกลาเทศสั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนหาสาเหตุเร่งด่วน โดยสันนิษฐานเบื้องต้นถึงปัญหาห้องรังเพลิงท้ายลำกล้องระเบิดหรือกระสุนมีข้อบกพร่อง

จิตตะกอง, บังกลาเทศ — สำนักข่าวต่างประเทศและหน่วยงานประชาสัมพันธ์ร่วมของกองทัพบังกลาเทศ (ISPR – Inter-Services Public Relations) รายงานว่า เกิดอุบัติเหตุสะเทือนขวัญระหว่างการฝึกซ้อมรบทางทหารประจำปีด้วยกระสุนจริง (Live-fire Exercise) ที่สนามฝึกยิง Hathazari Field Firing Range ในพื้นที่อำเภอฮาธาซารี จังหวัดจิตตะกอง (Chattogram) ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศบังกลาเทศ

ในระหว่างที่ขบวนยานเกราะกำลังทำการฝึกยิงเป้าหมาย รถถังหลักรุ่น Type 59 ของกองทัพบกบังกลาเทศได้เกิดระเบิดขึ้นอย่างรุนแรง เปลวไฟและควันสีขาวขนาดใหญ่พวยพุ่งขึ้นสู่อากาศในเสี้ยววินาที แรงอัดมหาศาลส่งผลให้ร่างของกำลังพลประจำรถถังกระเด็นหลุดออกมานอกตัวรถถังอย่างน่าตกใจ

คลิปวิดีโอบันทึกเหตุการณ์วินาทีรถถังหลัก Type 59 ระเบิดกลางการฝึกยิงกระสุนจริง ณ จังหวัดจิตตะกอง บังกลาเทศ

เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้มีกำลังพลประจำรถถังเสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุจำนวน 2 นาย และมีนายทหารสัญญาบัตรได้รับบาดเจ็บสาหัสอีก 1 นาย โดยทีมแพทย์สนามได้เร่งเข้าปฐมพยาบาลเบื้องต้นอย่างเร่งด่วน ก่อนรีบลำเลียงส่งตัวไปยังโรงพยาบาลทหาร Combined Military Hospital (CMH) ในจังหวัดจิตตะกอง และอยู่ระหว่างการประเมินเพื่อส่งต่อไปยังกรุงธากาหากจำเป็น


ตั้งกรรมการสอบสวนสาเหตุทางเทคนิคและกระสุน

แถลงการณ์เบื้องต้นจากกองทัพบกบังกลาเทศระบุว่า ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริงเป็นการเร่งด่วน เพื่อตรวจสอบสภาพซากรถถัง ลำกล้องปืน ตลอดจนประวัติการซ่อมบำรุงและชุดกระสุนที่นำมาใช้ในการฝึกยิงครั้งนี้อย่างละเอียด โดยเบื้องต้นยังไม่มีการยืนยันข้อสรุปอย่างเป็นทางการ

อย่างไรก็ตาม จากการวิเคราะห์ของผู้เชี่ยวชาญด้านอาวุธยุทโธปกรณ์และยานเกราะ พบว่าอุบัติเหตุในลักษณะนี้มักมีสาเหตุหลักที่เป็นไปได้ 3 ประการ ได้แก่:

  1. การระเบิดของห้องท้ายรังเพลิง (Breech Explosion) หรือลำกล้องแตกอย่างรุนแรง (Catastrophic Barrel Failure): อาจเกิดจากแรงดันก๊าซภายในลำกล้องขณะจุดระเบิดสูงเกินค่าความปลอดภัยที่โครงสร้างโลหะจะรับได้ หรือมีสิ่งแปลกปลอมอุดกั้นในลำกล้อง
  2. ความผิดปกติของดินส่งกระสุนหรือหัวกระสุน (Ammunition Defect / Premature Detonation): สภาพของดินส่งหรือหัวกระสุนที่จัดเก็บมาเป็นเวลานานอาจเสื่อมสภาพ นำไปสู่การจุดระเบิดก่อนเวลาอันควรภายในรังเพลิงแทนที่จะพุ่งออกจากปากลำกล้อง
  3. การติดไฟลามของกระสุนสำรอง (Ammunition Cook-off): ก๊าซร้อนและประกายไฟจากการยิงอาจเล็ดลอดเข้าสู่ห้องเก็บกระสุนภายในป้อมปืน ส่งผลให้กระสุนลูกอื่นระเบิดซ้ำซ้อน
รถถัง Type 59G Durjoy กองทัพบกบังกลาเทศ
รถถัง Type 59 ของกองทัพบกบังกลาเทศ ที่ได้รับการติดตั้งเกราะปฏิกิริยาแรงระเบิด (ERA) และปืนใหญ่ลำกล้องเรียบ

ย้อนรอย ‘Type 59’ สู่ ‘Durjoy’ ม้าศึกสงครามเย็นของจีน

สำหรับรถถังหลัก Type 59 ถือเป็นหนึ่งในยานเกราะระดับตำนานที่พัฒนาโดยบริษัท NORINCO (China North Industries Corporation) ของจีน โดยถอดแบบและพัฒนาบนพื้นฐานของรถถัง T-54A ของอดีตสหภาพโซเวียต และเริ่มเข้าประจำการในกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน (PLA) มาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1959

แม้ว่าแพลตฟอร์มของรถถังรุ่นนี้จะมีอายุการออกแบบยาวนานกว่า 6 ทศวรรษ แต่กองทัพบกบังกลาเทศยังคงมีรถถังตระกูล Type 59 ประจำการเป็นกำลังหลักอยู่หลายร้อยคัน โดยในช่วงหลายปีที่ผ่านมา บังกลาเทศได้ร่วมมือกับบริษัท NORINCO ของจีน ปรับปรุงยกระดับขีดความสามารถภายใต้โครงการ Type 59G “Durjoy” ด้วยการเปลี่ยนปืนใหญ่เป็นขนาด 125 มิลลิเมตร ติดตั้งเกราะปฏิกิริยาแรงระเบิด (Explosive Reactive Armour – ERA) และระบบควบคุมการยิง (Fire Control System) แบบดิจิทัลรุ่นใหม่ เพื่อยืดอายุการใช้งานในสนามรบยุคปัจจุบัน


บริบทความเชื่อมโยงกับกองทัพไทย

ทั้งนี้ บริษัท NORINCO ผู้ผลิตรถถัง Type 59 นับเป็นคู่ค้าด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศรายใหญ่ของหลายประเทศในภูมิภาคเอเชีย รวมถึงประเทศไทยด้วย โดยในอดีตช่วงปี พ.ศ. 2530 กองทัพบกไทยเคยจัดหารถถัง Type 59 จากจีนเข้าประจำการจำนวนหนึ่งเพื่อรับมือกับภัยคุกคามตามแนวชายแดน ก่อนที่จะทำการปลดประจำการไปทั้งหมดในเวลาต่อมา และนำซากรถถังบางส่วนไปทิ้งลงทะเลเพื่อสร้างเป็นปะการังเทียม

ขณะที่ในปัจจุบัน กองทัพบกไทยได้จัดหารถถังหลักยุคใหม่จากบริษัท NORINCO คือรุ่น VT-4 (MBT-3000) ซึ่งเป็นรถถังหลักเจนเนอเรชันที่ 3 ที่ติดตั้งระบบคอมพิวเตอร์และระบบป้องกันที่ทันสมัย รวมถึงยานเกราะล้อยางตระกูล VN-1 เข้าประจำการในหน่วยทหารม้าของไทย

เหตุการณ์ระเบิดของรถถัง Type 59 ในบังกลาเทศครั้งนี้ จึงกลายเป็นกรณีศึกษาที่แวดวงการทหารและผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงจับตามองอย่างยิ่ง โดยเฉพาะประเด็นเรื่องอายุการเก็บรักษาของกระสุนปืนใหญ่และมาตรฐานการซ่อมบำรุงยานเกราะรุ่นเก่าที่ผ่านการอัปเกรดเพื่อยืดอายุการใช้งาน

แหล่งที่มา: ข้อมูลสังเคราะห์จากรายงานของ ISPR บังกลาเทศ, India Today, WION News และทีมข่าวความมั่นคง Thaiptv.com

แชร์ข่าวนี้: Facebook X (Twitter) LINE

📰 ข่าวที่เกี่ยวข้อง