สงครามอิหร่าน-สหรัฐฯ ถึงจุดวิกฤต: ทรัมป์เผชิญทางตัน

สงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านเดินทางมาถึงจุดสิ้นสุดที่ต้องเผชิญกับทางตันอันหนักหน่วงหกเดือน หลังจากการโจมตีของกองกำลังสหรัฐฯ และอิสราเอลต่ออิหร่าน ซึ่งส่งผลให้ผู้นำสูงสุดของอิหร่านเสียชีวิต และบุตรชายผู้สืบทอดอำนาจได้รับบาดเจ็บ รัฐบาลอิหร่านยังคงอยู่ภายใต้การปิดล้อมทางเศรษฐกิจ แต่ก็ยังคงอำนาจไว้ได้และเชื่อว่าเวลาอยู่ข้างพวกเขา
คำขู่ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ที่จะใช้มาตรการคว่ำบาตรครั้งใหม่ที่รุนแรงต่ออิหร่าน กำลังเผชิญกับปัญหาพื้นฐาน นั่นคือกรุงเตหะรานเชื่อว่าทรัมป์จะไม่เดินหน้าไปถึงขั้นสุดท้ายเพื่อยุติภาวะชะงักงันนี้ ซึ่งก็คือการบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรทุติยภูมิกับประเทศที่ช่วยพยุงเศรษฐกิจของอิหร่าน โดยเฉพาะจีนและอินเดีย
มาตรการล่าสุดของกรุงวอชิงตันที่ประกาศเมื่อวันจันทร์ ถือเป็นระยะใหม่ของความขัดแย้งที่เริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ โดยได้เปลี่ยนสนามรบจากการโจมตีด้วยขีปนาวุธและการโจมตีทางอากาศไปเป็นการมุ่งเป้าที่รายได้จากน้ำมัน ธนาคาร และคู่ค้าของอิหร่าน
นายสกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ กล่าวว่า สหรัฐฯ จะตัดเส้นทางการเงินที่หล่อเลี้ยงเศรษฐกิจของอิหร่าน ขณะที่การปิดล้อมทางทะเลที่นำโดยสหรัฐฯ จะจำกัดการส่งออกน้ำมันของกรุงเตหะรานและการเข้าถึงเงินตราต่างประเทศ
นายแอรอน เดวิด มิลเลอร์ อดีตนักการทูตสหรัฐฯ และนักวิจัยอาวุโสจากสถาบันคาร์เนกี้ เอนดาวเมนท์ กล่าวว่า “ผมไม่คิดว่ารัฐบาลสหรัฐฯ จะเข้าใกล้การหาทางออกในเรื่องนี้มากขึ้นเลย” และเสริมว่า “รัฐบาล [ทรัมป์] กำลังพยายามหาทางออกอย่างสิ้นหวัง”
ที่มา: South China Morning Post