⚡ ข่าวด่วน
|
🌤️ กำลังโหลด... | 📅 27 สิงหาคม 2569

อดีตผู้สมัครเพื่อไทย ถูกรวบคา กทม. คดีทุจริตสอบราชการศรีสะเกษ

🕒 27 สิงหาคม 2569 ⏱️ อ่าน 10 นาที 👁️ 3 วิว ✍️ ฝ่ายข่าวท้องถิ่น ทีมข่าว ThaiPTV
ตำรวจนำตัวนายประวิทย์ “เฮง” จารุรัตน์กุล อดีตผู้สมัคร ส.ส. พรรคเพื่อไทย วัย 62 ปี ส่งกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ เพื่อสอบปากคำ หลังถูกจับกุมเมื่อวันพฤหัสบดีในกรุงเทพฯ ในข้อหาเรียกรับเงินเพื่อช่วยเหลือผู้สมัครให้สอบผ่านการสอบบรรจุข้าราชการในจังหวัดศรีสะเกษ (ภาพ: จัดหาให้/วัสสยศ งามขำ)
ตำรวจนำตัวนายประวิทย์ “เฮง” จารุรัตน์กุล อดีตผู้สมัคร ส.ส. พรรคเพื่อไทย วัย 62 ปี ส่งกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ เพื่อสอบปากคำ หลังถูกจับกุมเมื่อวันพฤหัสบดีในกรุงเทพฯ ในข้อหาเรียกรับเงินเพื่อช่วยเหลือผู้สมัครให้สอบผ่านการสอบบรรจุข้าราชการในจังหวัดศรีสะเกษ (ภาพ: จัดหาให้/วัสสยศ งามขำ)
เจ้าหน้าที่จับกุม นำโดย พล.ต.ต. จรูญเกียรติ ปานแก้ว ควบคุมตัวนายประวิทย์ “เฮง” จารุรัตน์กุล วัย 62 ปี ภายในห้องคอนโดมิเนียมย่านบางซื่อ กรุงเทพฯ เมื่อวันพฤหัสบดี
เจ้าหน้าที่จับกุม นำโดย พล.ต.ต. จรูญเกียรติ ปานแก้ว ควบคุมตัวนายประวิทย์ “เฮง” จารุรัตน์กุล วัย 62 ปี ภายในห้องคอนโดมิเนียมย่านบางซื่อ กรุงเทพฯ เมื่อวันพฤหัสบดี
ตำรวจศรีสะเกษจับกุม น.ส.นวพร ปรือปรัง พนักงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตองปิต ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับแผนการทุจริตในอำเภอน้ำเกลี้ยง จังหวัดศรีสะเกษ เมื่อวันพฤหัสบดี
ตำรวจศรีสะเกษจับกุม น.ส.นวพร ปรือปรัง พนักงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตองปิต ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับแผนการทุจริตในอำเภอน้ำเกลี้ยง จังหวัดศรีสะเกษ เมื่อวันพฤหัสบดี

อดีตผู้สมัครพรรคเพื่อไทย ถูกจับกุมคดีทุจริตสอบราชการในศรีสะเกษ

นายประวิทย์ “เฮง” จารุรัตน์กุล อดีตผู้สมัคร ส.ส. พรรคเพื่อไทย วัย 62 ปี ถูกจับกุมในกรุงเทพฯ หลังถูกกล่าวหาว่าเรียกรับเงินเพื่อช่วยเหลือผู้สมัครสอบผ่านการสอบบรรจุข้าราชการในจังหวัดศรีสะเกษ

พล.ต.ต. จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) เปิดเผยว่า มีผู้เสียหายหลายรายจ่ายเงินให้นายประวิทย์ หรือที่รู้จักกันในนาม “นายกเฮง” สูงสุดถึง 650,000 บาท แต่ผู้สมัครเหล่านั้นไม่ผ่านการสอบ และไม่ได้รับการคืนเงิน

ผู้ต้องสงสัยอีกราย คือ น.ส.นวพร ปรือปรัง พนักงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตองปิต ก็ถูกจับกุมในวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาในจังหวัดทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เธอถูกกล่าวหาว่าชักชวนให้บุคคลหนึ่งสมัครงาน โดยอ้างว่านายประวิทย์มี “โควตา” และสามารถช่วยผู้สมัครสอบผ่านได้

รายละเอียดการจับกุมและการสอบสวน

นายประวิทย์ วัย 62 ปี ถูกควบคุมตัวที่คอนโดมิเนียมย่านบางโพ ถนนประชาราษฎร์สาย 1 เขตบางซื่อ กรุงเทพฯ การจับกุมดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากการร้องเรียนจากผู้เสียหายที่ระบุว่า น.ส.นวพร ได้ชักชวนให้เขาเชื่อว่านายประวิทย์สามารถช่วยให้สอบผ่านการสอบคัดเลือกในปี 2568 ได้

ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงได้ชำระเงินให้ผู้ต้องสงสัยทั้งสองรวม 3 ครั้ง เป็นจำนวนเงิน 650,000 บาท ต่อมาเมื่อผู้เสียหายไม่ผ่านการสอบ จึงเรียกร้องขอเงินคืน แต่ผู้ต้องสงสัยบ่ายเบี่ยงและปฏิเสธที่จะคืนเงิน พล.ต.ต. จรูญเกียรติ กล่าว ผู้เสียหายจึงแจ้งความกับตำรวจ นำไปสู่การสืบสวนและรวบรวมหลักฐานจนมีการออกหมายจับ

ผู้จับกุมได้ควบคุมตัวนายประวิทย์ “เฮง” จารุรัตน์กุล วัย 62 ปี ภายในห้องคอนโดมิเนียมย่านบางซื่อ กรุงเทพฯ เมื่อวันพฤหัสบดี พนักงานสอบสวนพบว่านายประวิทย์ได้ออกจากจังหวัดศรีสะเกษ และมาหลบซ่อนตัวที่คอนโดฯ ในกรุงเทพฯ ซึ่งเขาถูกจับกุมเมื่อเวลาเที่ยงวัน จากนั้น น.ส.นวพร ก็ถูกจับกุมตามมาในเวลา 14.15 น. บริเวณหน้าสำนักงานอำเภอน้ำเกลี้ยง

ทั้งสองถูกตั้งข้อหาตามมาตรา 143 แห่งประมวลกฎหมายอาญา และมาตรา 175 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ในข้อหาเรียกรับผลประโยชน์อื่นใดเพื่อแลกกับการมีอิทธิพลต่อสมาชิกขององค์กรนิติบัญญัติให้กระทำการหรือไม่กระทำการตามหน้าที่โดยมิชอบ

คำให้การของผู้ต้องหาและหลักฐาน

ระหว่างถูกนำตัวส่งกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบเพื่อสอบปากคำ นายประวิทย์ใช้ผ้าขนหนูปิดบังใบหน้าและปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องการเรียกรับเงินอย่างหนักแน่น เขาอ้างว่ามีบุคคลอื่นใช้บัญชีไลน์แอบอ้างเป็นเขาในการสนทนาที่เรียกรับและได้รับเงิน เขา insists เขาไม่รู้เรื่องและไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับแผนการนี้ เขายังปฏิเสธว่าไม่ได้รับเงินตามที่รายงานและไม่มีการทำธุรกรรมเข้าบัญชีธนาคารส่วนตัวของเขา เมื่อถูกถามเกี่ยวกับหลักฐานอื่นๆ ที่นำไปสู่การออกหมายจับ นายประวิทย์กล่าวว่าเขาจะให้คำอธิบายในภายหลัง

พล.ต.ต. จรูญเกียรติ กล่าวว่า พนักงานสอบสวนได้รวบรวมหลักฐานเพียงพอที่ศาลจะอนุมัติหมายจับผู้เกี่ยวข้อง และจะมีการให้รายละเอียดเพิ่มเติมในภายหลัง

พบ 19 กรณีร้องเรียนเพิ่มเติม ทั่วประเทศ

การจับกุมในวันพฤหัสบดีเกิดขึ้นในขณะที่หน่วยงานกำลังเร่งสืบสวนสอบสวนคดีทุจริตที่เกิดขึ้นทั่วประเทศ ซึ่งกระทรวงมหาดไทยระบุว่าเกี่ยวข้องกับ “ตระกูลการเมือง”

ก่อนหน้านี้ในเดือนเดียวกัน นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ ส.ส. พรรคภูมิใจไทย จังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า มีการร้องเรียนในลักษณะเดียวกัน 19 กรณีในจังหวัดดังกล่าว ผู้เสียหายส่วนใหญ่รู้สึกทุกข์ใจอย่างมาก เนื่องจากต้องการให้บุตรหลานทำงานในหน่วยงานราชการส่วนท้องถิ่น บางรายถึงขั้นกู้หนี้ยืมสินจากเงินกู้นอกระบบ ทำให้ต้องแบกรับภาระดอกเบี้ยรายวัน หรือขายทรัพย์สินเพื่อระดมเงินทุนเพื่อให้แน่ใจว่าจะสอบผ่าน

นายอาสพลธ์ ซึ่งเป็นประธานคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีว่า คณะกรรมาธิการกำลังทำงานร่วมกับหน่วยงานต่างๆ เช่น กรมสอบสวนคดีพิเศษ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เพื่อรวบรวมข้อมูลและติดตามเครือข่ายการทุจริต คณะกรรมาธิการจะเชิญบุคคลที่เชื่อมโยงกับการทุจริตในการสอบคัดเลือกปี 2564 มาให้ปากคำด้วย นายอาสพลธ์ กล่าว นอกจากนี้ยังได้ขอข้อมูลเกี่ยวกับจำนวนการสอบคัดเลือกที่จัดขึ้นตั้งแต่ปี 2560 และมหาวิทยาลัยใดบ้างที่ได้รับสัญญาในการจัดสอบ

เมื่อเร็วๆ นี้ กระทรวงมหาดไทยได้สั่งให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นถอดถอนพนักงานที่ได้รับการบรรจุโดยการทุจริตภายในวันที่ 31 สิงหาคมนี้ และได้ระบุผู้สมัคร 5,925 รายที่มีคะแนนสอบผิดปกติ และส่งชื่อไปยังตำรวจและ ป.ป.ช.

ที่มา: Bangkok Post

แชร์ข่าวนี้: Facebook X (Twitter) LINE

📰 ข่าวที่เกี่ยวข้อง