ผู้เชี่ยวชาญเตือน: การเติบโตของดาต้าเซ็นเตอร์จุดประเด็นหวั่นสุขภาพ

ผู้เชี่ยวชาญได้ออกมาเตือนว่า การขยายตัวอย่างรวดเร็วของอุตสาหกรรมดาต้าเซ็นเตอร์ (Data centre) หรือศูนย์ข้อมูล อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมของชุมชนที่อยู่ใกล้เคียง
นายสนธิ คชวัฒน์ ผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพจากชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย ได้แสดงความกังวลในประเด็นนี้ เนื่องจากศูนย์ข้อมูลกำลังกลายเป็นส่วนสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยเขาได้ระบุถึง 4 ประเด็นหลักที่น่าเป็นห่วง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อผู้อยู่อาศัยและชุมชนที่อยู่ใกล้กับสถานประกอบการเหล่านี้ ได้แก่ มลพิษทางเสียง มลพิษทางอากาศ การขาดแคลนและคุณภาพน้ำ รวมถึงปรากฏการณ์เกาะความร้อนในเขตเมือง (Urban heat island effect)
นายสนธิกล่าวในโพสต์เฟซบุ๊กเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาว่า ศูนย์ข้อมูลใช้ระบบทำความเย็นขนาดใหญ่และพัดลมระบายอากาศตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงมีการทดสอบเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรองที่ใช้เชื้อเพลิงดีเซลเป็นประจำ “เสียง ซึ่งมีความดังตั้งแต่ 40 ถึง 90 เดซิเบลในบางสถานที่ อาจรบกวนการนอนหลับหรือทำให้เกิดความเครียดได้ ในขณะที่การสัมผัสเป็นเวลานานอาจส่งผลต่อความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด” เขากล่าว
นอกจากนี้ เขายังเสริมว่าการปล่อยมลพิษจากเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรองนั้นมีอนุภาคฝุ่นละเอียด ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ และไนโตรเจนออกไซด์ ซึ่งอาจทำให้ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมโดยรวมรุนแรงขึ้น หากศูนย์ข้อมูลยังคงพึ่งพาไฟฟ้าที่ผลิตจากถ่านหินหรือก๊าซธรรมชาติ
ศูนย์ข้อมูลบางแห่งยังใช้น้ำหลายล้านลิตรเพื่อการทำความเย็น ซึ่งอาจสร้างแรงกดดันต่อแหล่งน้ำในท้องถิ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ที่กำลังเผชิญกับการขาดแคลนน้ำอยู่แล้ว เขากล่าวเสริมว่าการรั่วไหลและการปนเปื้อนน้ำเสียสู่แหล่งน้ำธรรมชาติยังก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพสิ่งแวดล้อมอีกด้วย
นายสนธิกล่าวถึงข้อกังวลอีกประการหนึ่งคือ ความร้อนที่เกิดจากศูนย์ข้อมูล ซึ่งหากสถานประกอบการเหล่านี้ตั้งอยู่ในพื้นที่แออัด ก็จะยิ่งทำให้ปรากฏการณ์เกาะความร้อนในเขตเมืองรุนแรงขึ้น
นายสนธิระบุว่า มีความพยายามในหลายประเทศเพื่อลดผลกระทบเหล่านี้ ซึ่งรวมถึงการกำหนดให้ศูนย์ข้อมูลใช้พลังงานหมุนเวียน การทำความเย็นด้วยอากาศ หรือการทำความเย็นด้วยของเหลว และการเปิดโอกาสให้ชุมชนได้ทบทวนโครงการก่อสร้างศูนย์ข้อมูลก่อนที่จะได้รับการอนุมัติ
ที่มา: Bangkok Post