เพดานค่าโดยสารรถไฟฟ้ากรุงเทพฯ ไม่เกิน 45 บาท เริ่ม 1 ม.ค. ปีหน้า

กรุงเทพฯ – ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2567 เป็นต้นไป ผู้โดยสารรถไฟฟ้าทุกสายในเขตกรุงเทพมหานครจะได้ประโยชน์จากอัตราค่าโดยสารร่วมสูงสุดไม่เกิน 45 บาทต่อเที่ยว ตามมาตรการของรัฐบาลไทยที่มุ่งลดภาระค่าครองชีพของประชาชน
นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ได้มีการประชุมเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา เพื่อทบทวนความคืบหน้าของระบบค่าโดยสารร่วม โดยครอบคลุมการบูรณาการข้อมูล การบริหารจัดการพื้นที่ และการเตรียมความพร้อมสำหรับการใช้เพดานค่าโดยสาร 45 บาท
การประชุมดังกล่าวมีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธาน โดยมีตัวแทนจากกระทรวงคมนาคม กรมการขนส่งทางราง และหน่วยงานอื่นๆ เข้าร่วมด้วย
เพดานค่าโดยสารนี้สอดคล้องกับเป้าหมายของรัฐบาลที่ต้องการลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางของประชาชน ทำให้การเปลี่ยนถ่ายระบบรถไฟฟ้าสะดวกขึ้น และส่งเสริมการใช้ระบบขนส่งสาธารณะให้มากขึ้น ปัจจุบัน ค่าโดยสารรถไฟฟ้าในเขตเมืองหลวงมีตั้งแต่ 17 ถึง 65 บาทต่อเที่ยว ขึ้นอยู่กับสายรถไฟฟ้า ผู้ให้บริการ และระยะทางที่เดินทาง ค่าใช้จ่ายในการเดินทางอาจสูงขึ้นสำหรับผู้ที่ต้องเปลี่ยนสายรถไฟฟ้าบ่อยครั้ง
ภายใต้โครงการใหม่นี้ ค่าโดยสารจะคำนวณตามอัตราตามสัญญาที่มีอยู่ โดยมีค่าสูงสุด 45 บาทต่อเที่ยว ผู้โดยสารที่เปลี่ยนสายรถไฟฟ้าจะไม่ถูกเรียกเก็บค่าธรรมเนียมแรกเข้าใหม่
หากค่าโดยสารปกติของผู้โดยสารตามระยะทางที่เดินทางเกิน 45 บาท รัฐบาลจะชดเชยส่วนต่างผ่านแอปพลิเคชัน ‘เป๋าตัง’ หรือบัตรชำระเงินที่ใช้ในการเดินทางภายในสามวันทำการ ส่วนกลุ่มพิเศษ เช่น ผู้สูงอายุ เด็ก ผู้พิการ และผู้ด้อยโอกาส จะยังคงได้รับส่วนลดค่าโดยสารที่มีอยู่เดิม
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเร่งดำเนินการติดตั้งและปรับปรุงอุปกรณ์ในโครงข่ายรถไฟฟ้า เพื่อให้มั่นใจว่าระบบพร้อมสำหรับการเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 มกราคมนี้ นายวิศณุ กล่าวว่า กรุงเทพมหานครจะอำนวยความสะดวกในการเข้าถึงสถานีรถไฟฟ้าสายสีเขียวและสายสีทอง เพื่อติดตั้งเครื่องอ่านชั่วคราวและอุปกรณ์ EDC (Electronic Data Capture)
ระบบใหม่นี้จะรองรับการชำระเงินแบบไร้สัมผัสด้วย EMV รวมถึงบัตรเครดิต บัตรเดบิต และบัตรแมงมุม นายวิศณุยังกล่าวด้วยว่า กรุงเทพมหานครจะประสานงานกับกระทรวงคมนาคม การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด ในการถ่ายโอนการบริหารจัดการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ทั้งเส้นทางหลักและส่วนต่อขยาย รวมถึงสายสีทอง
การถ่ายโอนดังกล่าวจะครอบคลุมสินทรัพย์ รายได้ และหนี้สิน โดยการบริหารจัดการจะรวมเข้ากับการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ตามขั้นตอนทางกฎหมาย
ที่มา: Bangkok Post