⚡ ข่าวด่วน
|
🌤️ กำลังโหลด... | 📅 17 กันยายน 2569

รัฐบาลไทยทุ่ม 350 ล้านบาท สู้ภัยปลานิลคางดำแพร่ระบาด

🕒 17 กันยายน 2569 ⏱️ อ่าน 4 นาที 👁️ 2 วิว ✍️ ฝ่ายข่าวท้องถิ่น ทีมข่าว ThaiPTV
ปลานิลคางดำ
ปลานิลคางดำ

รัฐบาลไทยได้อนุมัติงบประมาณจากงบกลางที่เหลืออยู่จำนวน 350 ล้านบาท เพื่อแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลานิลคางดำ (Blackchin tilapia) หลังจากที่เกิดความกังวลเกี่ยวกับการแพร่กระจายของสัตว์น้ำชนิดนี้ในแหล่งน้ำจืดทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

นายณัฐพงษ์ โชคอำนวย ผู้อำนวยการศูนย์ติดตามและแก้ไขปัญหาปลานิลคางดำแพร่ระบาด กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า เงินจำนวนดังกล่าวมาจากงบประมาณ 450 ล้านบาทที่จัดสรรในปี 2567 ซึ่งจะสนับสนุนความพยายามในการจัดการกับการแพร่กระจายของปลานิลคางดำซึ่งเป็นสัตว์น้ำต่างถิ่นที่รุกราน และเป็นปัญหามาอย่างน้อยสองปีแล้ว และล่าสุดสถานการณ์ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้ทวีความรุนแรงขึ้น

มาตรการที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ การกำจัดปลานิลคางดำออกจากทางน้ำ การปล่อยปลาผู้ล่า การหาวิธีใช้เชิงพาณิชย์สำหรับปลานิลคางดำ การเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงสูง การใช้ระบบวิเคราะห์และติดตาม และการฟื้นฟูแหล่งที่อยู่อาศัยของปลาตามธรรมชาติ

นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า มาตรการของกรมประมงหกข้อที่จะนำมาใช้อีกครั้งภายใต้โครงการนี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างความต่อเนื่องของมาตรการ โดยงบประมาณที่ได้รับจะช่วยให้มาตรการเหล่านี้มีประสิทธิภาพสูงสุด

นายณัฐพงษ์ เสริมว่า ขั้นตอนเหล่านี้จะช่วยควบคุมการแพร่กระจายของปลาชนิดนี้ได้โดยเร็วที่สุด โดยอ้างถึงคำสั่งของศาลปกครองเมื่อเร็วๆ นี้ที่สั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการแก้ไขปัญหาภายใน 180 วัน

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เขาได้เดินทางไปเยี่ยมชมเขื่อนลำปาวในจังหวัดกาฬสินธุ์ เพื่อตรวจสอบรายงานปลานิลคางดำในพื้นที่ ซึ่งพบปลาเพิ่มอีก 12 ตัว

นายณัฐพงษ์ เปิดเผยว่า กระทรวงได้ทำงานร่วมกับหน่วยงานรัฐ 29 แห่งในแผนควบคุมสายพันธุ์ปลาเริ่มต้นสำหรับภูมิภาคนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กระทรวงกลาโหม, สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกรมราชทัณฑ์ ซึ่งจะจัดหากำลังคนสนับสนุน รวมถึงกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ซึ่งจะให้ความช่วยเหลือกรมประมงผ่านกลไกการบริหารท้องถิ่น นอกจากนี้ เขายังได้หารือถึงความเป็นไปได้ในการดำเนินคดีทางกฎหมายกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับการแพร่กระจายของสายพันธุ์ปลาชนิดนี้ในจังหวัดกาฬสินธุ์ ร่วมกับฝ่ายกฎหมายของกรมประมงด้วย กรมฯ ได้รับคำสั่งให้ดำเนินการสอบสวนอย่างเข้มงวดตามคำสั่งของศาล โดยมีกรอบเวลา 30, 60 และ 180 วัน

ที่มา: Bangkok Post

แชร์ข่าวนี้: Facebook X (Twitter) LINE

📰 ข่าวที่เกี่ยวข้อง