หมอกควันอินโดฯ พัดถึงใต้ไทย PM2.5 พุ่งกระทบสุขภาพหาดใหญ่

หมอกควันจากการเผาป่าในประเทศอินโดนีเซียได้พัดเข้าสู่จังหวัดสงขลาทางภาคใต้ของประเทศไทย ส่งผลให้หลายพื้นที่ที่มีประชากรหนาแน่นมีรายงานระดับค่า PM2.5 ที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ โดยเฉพาะในช่วงเช้าและเย็น
ศูนย์วิจัยมลพิษทางอากาศและผลกระทบต่อสุขภาพ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ รายงานว่าเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ระดับฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมโครเมตร (PM2.5) ในอำเภอหาดใหญ่ วัดได้ 67.2 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (µg/m³) เวลา 09.00 น.
ค่าที่อ่านได้เมื่อวันพุธอยู่ในระดับสีส้ม ซึ่งหมายถึงคุณภาพอากาศที่เริ่มส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ทั้งนี้ เกณฑ์ปลอดภัยสำหรับค่า PM2.5 ที่รัฐบาลกำหนดในประเทศไทยคือ 37.5µg/m³ อย่างไรก็ตาม บางพื้นที่มีรายงานระดับอันตรายถึงขั้นสีแดงที่ 88.2µg/m³ โดยเฉลี่ยรายวันอยู่ที่ประมาณ 59.9µg/m³ ทางศูนย์ฯ ระบุ
หาดใหญ่เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในภาคใต้ของประเทศไทย ตั้งอยู่ใกล้ชายแดนมาเลเซียและเป็นที่อยู่อาศัยของประชากรเกือบ 800,000 คน นอกจากนี้ยังเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย
เมื่อเย็นวันอังคารที่ผ่านมา จังหวัดสงขลารายงานว่าหมอกควันหนาปกคลุมพื้นที่บางส่วนของเมืองมากขึ้น โดยเฉพาะบริเวณเส้นทางขึ้นเขาคอหงส์ ซึ่งเป็นจุดชมวิวยอดนิยม และสวนสาธารณะเทศบาลนครหาดใหญ่ พนักงานส่งอาหารในท้องถิ่นกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่าหมอกควันหนาขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ทำให้แสบตาและจมูก มีรายงานว่าโรงเรียนได้ห้ามนักเรียนเล่นกลางแจ้ง
หมอกควันดังกล่าวพัดมาจากทิศตะวันตกเฉียงใต้จากไฟป่าที่เกิดจากเกาะบอร์เนียว ซึ่งเป็นที่ตั้งของป่าเขตร้อนขนาดใหญ่ที่อินโดนีเซีย บรูไน และมาเลเซียแบ่งปันกัน รวมถึงจากเกาะสุมาตรา นอกจากนี้ คุณภาพอากาศยังเป็นอันตรายต่อสุขภาพในประเทศเพื่อนบ้านอย่างสิงคโปร์และมาเลเซีย เนื่องจากหมอกควันข้ามพรมแดนดังกล่าว สำนักข่าวรอยเตอร์รายงาน

ตั้งแต่ต้นเดือนกันยายน การปล่อยมลพิษจากไฟป่าในอินโดนีเซียมีปริมาณมากกว่า 19 ล้านเมตริกตัน ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนมากกว่าหนึ่งในสามของปริมาณรวมทั่วโลก ตามข้อมูลของ Fire Emissions Watch ซึ่งเป็นพอร์ทัลที่พัฒนาโดยบริการเฝ้าระวังสภาพภูมิอากาศโคเปอร์นิคัสของสหภาพยุโรป
อินโดนีเซียเป็นหนึ่งในประเทศที่เกิดไฟป่าบ่อยที่สุดในโลก และสภาพอากาศแบบ “ซุปเปอร์เอลนีโญ” ได้ทำให้เกิดอุณหภูมิสูงขึ้นและภัยแล้งรุนแรง ทางการอินโดนีเซียกล่าวว่าสถานการณ์ปัจจุบันเป็นฤดูไฟป่าที่รุนแรงที่สุดในรอบ 11 ปีของประเทศ
ที่มา: Bangkok Post