⚡ ข่าวด่วน
|
🌤️ กำลังโหลด... | 📅 29 สิงหาคม 2569

ยอดผู้ติดเชื้อ-เสียชีวิตโควิด-19 ทั่วไทยเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

🕒 30 สิงหาคม 2569 ⏱️ อ่าน 4 นาที 👁️ 3 วิว ✍️ ฝ่ายข่าวท้องถิ่น ทีมข่าว ThaiPTV
ประชาชนเข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ที่ศูนย์เยาวชนไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง เมื่อเดือนมกราคม 2566
ประชาชนเข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ที่ศูนย์เยาวชนไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง เมื่อเดือนมกราคม 2566 โดยวรุธ หิรัญเทพ

กรมควบคุมโรคของไทยเปิดเผยว่าจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 และผู้เสียชีวิตทั่วประเทศเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา โดยมีผู้ติดเชื้อรวม 95,357 ราย และมีผู้เสียชีวิต 14 ราย ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม จนถึงวันศุกร์ที่ผ่านมา

นายแพทย์ธนวัฒน์ เมธีวงศ์ศานต์ อธิบดีกรมควบคุมโรค (CDD) กล่าวเมื่อวันเสาร์ว่าตัวเลขดังกล่าวมาจากระบบเฝ้าระวังโรคดิจิทัลของกรมฯ โดยระบุว่าจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นในช่วงเดือนที่ผ่านมา ควบคู่ไปกับจำนวนผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจอื่นๆ ที่เพิ่มขึ้น รวมถึงไข้หวัดใหญ่และ RSV

ข้อมูลจากฐานข้อมูลของโครงการริเริ่มการแบ่งปันข้อมูลไข้หวัดใหญ่ทั่วโลก (GISAID) ซึ่งรวบรวมโดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ แสดงให้เห็นว่ามีการบันทึกตัวอย่าง 978 ตัวอย่าง ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 ถึง 23 กรกฎาคม 2566 โดยพบว่าเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์ NB.1.8.1 ยังคงเป็นสายพันธุ์หลักที่แพร่ระบาดในประเทศไทย

ในบรรดาตัวอย่าง 48 ตัวอย่างที่เก็บรวบรวมระหว่างวันที่ 19 มิถุนายน ถึง 20 กรกฎาคม พบว่าสายพันธุ์ NB.1.8.1 คิดเป็น 56.25% ในขณะที่ JN.1 คิดเป็น 31.25% สำหรับตัวอย่างทั้งหมด 490 ตัวอย่าง หรือ 50.10% เป็นสายพันธุ์ NB.1.8.1 ตามมาด้วย JN.1 ที่ 25.15% EX ที่ 8.83% และ GFX ที่ 7.77%

นายแพทย์ธนวัฒน์กล่าวว่าสาเหตุของการเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้ป่วยบางส่วนมาจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงและการแพร่ระบาดของโรคทางเดินหายใจตามฤดูกาล ซึ่งอาจนำไปสู่การเกิดคลัสเตอร์ในโรงเรียน สถานที่ทำงาน และชุมชน

นายแพทย์ดิเรก ขำภะเขตร์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค แนะนำให้ประชาชนปฏิบัติตามหลักการ “พักผ่อนเมื่อป่วย และลดการสัมผัสใกล้ชิด” ล้างมือบ่อยๆ และรักษาพื้นที่ภายในอาคารให้มีอากาศถ่ายเทสะดวก

เขายังเรียกร้องให้ผู้ที่มีอาการทางเดินหายใจ เช่น มีไข้ ไอ เจ็บคอ น้ำมูกไหล ปวดศีรษะ หรืออ่อนเพลีย ให้สวมหน้ากากอนามัยเมื่อจำเป็นและลดการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้อื่น และเสริมว่าผู้ที่มีอาการหายใจลำบาก เจ็บหน้าอก หรือหมดสติ ควรรีบไปพบแพทย์ทันที

ที่มา: Bangkok Post

แชร์ข่าวนี้: Facebook X (Twitter) LINE

📰 ข่าวที่เกี่ยวข้อง