พบขยะอิเล็กทรอนิกส์ในตู้คอนเทนเนอร์ 6 ตู้ที่แหลมฉบัง

เจ้าหน้าที่กรมควบคุมมลพิษเปิดเผยว่า จากการตรวจสอบตู้คอนเทนเนอร์ต้องสงสัย 10 ตู้ ณ ท่าเรือแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี เมื่อวันพุธที่ผ่านมา พบว่ามี 6 ตู้ที่บรรจุแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ปะปนอยู่กับสินค้าที่สำแดงว่าเป็นเศษอะลูมิเนียม
การตรวจสอบครั้งนี้เกิดขึ้นหลังกรมควบคุมมลพิษได้รับแจ้งเตือนจากเครือข่าย Basel Action Network ซึ่งเป็นองค์กรที่ติดตามการละเมิดอนุสัญญาบาเซิล ซึ่งเป็นสนธิสัญญาระหว่างประเทศที่ออกแบบมาเพื่อลดความเป็นพิษจากของเสียอันตราย อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ นายสุรินทร์ วรกิจดำรง กล่าว
สินค้าดังกล่าวถูกสำแดงว่าเป็นเศษโลหะและเศษอะลูมิเนียม โดยมีน้ำหนักสุทธิรวมกว่า 202.9 ตัน และมีมูลค่าที่สำแดงประมาณ 12.4 ล้านบาท
จากการตรวจสอบตู้คอนเทนเนอร์ทั้ง 10 ตู้ในสองจุดของท่าเรือ พบว่า 6 ตู้มีแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ปะปนอยู่กับสินค้า ซึ่งวัสดุเหล่านี้จัดอยู่ในประเภทของต้องห้ามนำเข้าสู่ประเทศไทย
ประเทศไทยได้ประกาศห้ามนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์มาตั้งแต่ปี 2563 และได้มีการบังคับใช้กฎระเบียบที่เข้มงวดขึ้นในปี 2568 ครอบคลุมขยะอิเล็กทรอนิกส์ 463 ประเภท ซึ่งรวมถึงแผงวงจร แบตเตอรี่ และโทรศัพท์ที่ใช้แล้ว
ยังไม่มีการระบุแหล่งที่มาของสินค้าดังกล่าว นายสุรินทร์กล่าวว่า กรมควบคุมมลพิษจะรายงานผลการตรวจสอบไปยังกรมศุลกากรเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
ย้อนกลับไปเมื่อเดือนมีนาคมปีนี้ ทางการไทยได้ยึดขยะอิเล็กทรอนิกส์จำนวน 284 ตัน ที่ท่าเรือแหลมฉบัง จากตู้คอนเทนเนอร์ 12 ตู้ที่สำแดงเท็จว่าเป็นเศษโลหะจากเฮติ แต่ในความเป็นจริงแล้วสินค้าดังกล่าวมีต้นกำเนิดมาจากสหรัฐอเมริกา

ที่มา: Bangkok Post