ตำรวจไซเบอร์ไทยยึดอาวุธปืนอื้อ หลังกวาดล้างการค้าออนไลน์

ตำรวจไซเบอร์ไทยได้เข้าจับกุมผู้ต้องหา 186 ราย และยึดอาวุธปืน 228 กระบอก กระสุน 1,294 นัด และอุปกรณ์ระเบิดแสวงเครื่อง ในปฏิบัติการกวาดล้างการซื้อขายอาวุธปืนออนไลน์ที่ผิดกฎหมายทั่วประเทศ
พล.ต.ท. นรินทร์นันท์ รังษีงาม รองผู้บัญชาการกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) ของไทย เปิดเผยเมื่อวันพุธว่า ปฏิบัติการดังกล่าวมีการตรวจค้นเป้าหมายกว่า 200 จุด รวมถึง 16 เป้าหมายหลักใน 21 จังหวัด โดยมุ่งเป้าไปที่ผู้ต้องสงสัยว่ามีการขาย ครอบครอง หรือดัดแปลงอาวุธปืนอย่างผิดกฎหมายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์
ของกลางที่ยึดได้ประกอบด้วย อาวุธปืนไม่มีทะเบียน 194 กระบอก อาวุธปืนมีทะเบียน 33 กระบอก พร้อมชิ้นส่วนอาวุธปืน 27 ชิ้น และอุปกรณ์ระเบิดแสวงเครื่อง
ในคดีหนึ่ง เจ้าหน้าที่ตำรวจของไทยได้ระบุบัญชีเฟซบุ๊กที่โฆษณาขายอาวุธปืนในกลุ่มสาธารณะ โดยได้จัดทำแผนการล่อซื้อ จนนำไปสู่การจับกุมชายไทยวัย 41 ปี ในจังหวัดฉะเชิงเทรา พร้อมด้วยปืนพกอัตโนมัติขนาด .380 และกระสุนขนาด .38 สองนัด
ตำรวจไทยยังได้ติดตามตัวผู้ต้องสงสัยผ่านช่องทางเฟซบุ๊ก, ช้อปปี้ (Shopee) และกลุ่มไลน์ ในอีกหนึ่งคดี การสืบสวนเพิ่มเติมนำไปสู่การจับกุมชายไทยอีกคนหนึ่งที่ถูกกล่าวหาว่าขายปืนลูกซองสั้นสองกระบอกพร้อมกระสุนหนึ่งนัด โดยมีการยึดอาวุธปืนไม่มีทะเบียน 5 กระบอก และกระสุน 72 นัด
ที่จังหวัดอุดรธานี ตำรวจไทยได้จับกุมชายไทยวัย 27 ปี ที่ต้องสงสัยว่าขายอาวุธปืนไม่มีทะเบียนและดัดแปลงปืนแบลงค์กันให้ใช้กระสุนจริงได้ เจ้าหน้าที่ยึดอาวุธปืน 9 กระบอก ซึ่งทั้งหมดมีใบอนุญาตครอบครอง เพื่อนำไปตรวจสอบเพิ่มเติม
ในจังหวัดสุพรรณบุรี ตำรวจไทยได้ติดตามผู้ต้องสงสัยรายหนึ่งผ่านโพสต์เฟซบุ๊กที่แสดงวิดีโอการยิงและอาวุธปืน ก่อนจะขอหมายค้นบ้านพักของเขา โดยมีการจับกุม 23 คน และยึดอาวุธปืน 43 กระบอก และกระสุน 79 นัด
ตำรวจไทยยังรายงานว่า กองบังคับการที่สี่ของหน่วยงานได้จับกุมผู้ต้องสงสัยในจังหวัดสระบุรีวัย 28 ปี พร้อมปืนกลมือยูซี่ (Uzi) ขนาด 9 มม. ที่ไม่มีทะเบียน กระสุนหนึ่งนัด และยาบ้า 13 เม็ด นอกจากนี้ กองบังคับการที่ห้าของหน่วยงานยังรายงานการจับกุม 33 ราย และยึดอาวุธปืน 40 กระบอก รวมถึงอาวุธระดับทหารหนึ่งกระบอก กระสุน 365 นัด และชิ้นส่วนอาวุธปืนหนึ่งชิ้น
พล.ต.ท. นรินทร์นันท์ รังษีงาม แห่งประเทศไทย ได้เตือนว่า การขาย ครอบครอง และดัดแปลงอาวุธปืนที่ผิดกฎหมาย อาจนำไปสู่อาชญากรรมและความรุนแรง พร้อมทั้งกระตุ้นให้ประชาชนของไทยหลีกเลี่ยงการซื้ออาวุธปืนออนไลน์และปฏิบัติตามกฎหมายอาวุธปืนของประเทศ
ที่มา: Bangkok Post