หลายรายบาดเจ็บ! ชายบุกใช้ดาบไล่ฟันคนในโรงเรียนสวีเดน

เกิดเหตุชายใช้อาวุธมีดลักษณะดาบไล่ทำร้ายผู้คนภายในโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งในประเทศสวีเดน ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย ตามรายงานของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น
ตำรวจสวีเดนแถลงว่า ได้จับกุมชายหนึ่งคนได้แล้วหลังเกิดเหตุการณ์ที่โรงเรียน Brinell ในเมือง Fagersta ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางประเทศสวีเดน เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเหตุไม่นานหลังเวลา 14:00 น. ตามเวลาท้องถิ่น (13:00 น. ตามเวลา BST) ของวันศุกร์ โดยมีรายงานจากสื่อสวีเดนบางแห่งระบุว่า ผู้ต้องสงสัยถูกตำรวจยิงที่ขา
สภาเมือง Fagersta ไม่ได้ระบุจำนวนผู้บาดเจ็บที่แน่ชัด แต่กล่าวว่าตำรวจกำลังเข้าตรวจค้นอาคารเรียน และโรงเรียนอีก 8 แห่งในบริเวณใกล้เคียงถูกสั่งปิดเพื่อความปลอดภัยชั่วคราว ตำรวจยืนยันว่า ขณะนี้ไม่มีอันตรายต่อสาธารณะแล้ว
ภูมิภาค Vastmanland ซึ่งเป็นที่ตั้งของเมือง Fagersta ได้ประกาศภาวะเฝ้าระวังขั้นสูงภายหลังการโจมตีครั้งนี้ นายกรัฐมนตรี Ulf Kristersson ของสวีเดนได้โพสต์ข้อความบน X (ทวิตเตอร์) อธิบายว่าการโจมตีครั้งนี้เป็น “เหตุการณ์ร้ายแรง” และกล่าวเสริมว่า “เราไม่ทราบเบื้องหลังการกระทำ แต่เรารู้ว่าตำรวจกำลังดำเนินการอย่างเข้มข้น”
นักเรียนที่โรงเรียน Brinell เพิ่งกลับเข้าห้องเรียนหลังปิดภาคเรียนฤดูร้อน โดยภาคการศึกษาใหม่เพิ่งเริ่มต้นในวันจันทร์หรือวันพุธของสัปดาห์นี้ ขึ้นอยู่กับปีการศึกษาของแต่ละคน
ตามรายงานของ SVT สถานีโทรทัศน์สาธารณะของสวีเดน โรงเรียนแห่งนี้มีนักเรียนเกือบ 500 คน และตั้งอยู่ห่างจากกรุงสตอกโฮล์มไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ 170 กิโลเมตร
เหตุรุนแรงในสถาบันการศึกษาสวีเดน
สวีเดนเคยเผชิญเหตุโจมตีในสถาบันการศึกษามาแล้วหลายครั้งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ประเทศนี้เคยประสบเหตุการณ์กราดยิงครั้งเลวร้ายที่สุดเป็นประวัติการณ์ในปี 2025 ซึ่งมีผู้เสียชีวิต 11 คน รวมถึงมือปืน ที่ศูนย์การศึกษาผู้ใหญ่ในเมือง Orebro เหตุการณ์นี้นำไปสู่การที่รัฐบาลสวีเดนต้องเพิ่มความเข้มงวดของกฎหมายอาวุธปืน หลังจากพบว่าผู้ต้องสงสัยครอบครองปืนไรเฟิล 4 กระบอกอย่างถูกกฎหมาย โดย 3 กระบอกถูกพบในโรงเรียนที่เกิดเหตุโจมตี
ในปี 2022 ครูสองคนถูกสังหารในการโจมตีรุนแรงที่โรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งในเมือง Malmo ซึ่งภายหลังนักเรียนชายวัย 18 ปีคนหนึ่งสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุ และในปี 2015 ครูและนักเรียนหนึ่งคนก็ถูกสังหารด้วยดาบในโรงเรียนแห่งหนึ่งในเมือง Trollhattan เช่นกัน
ที่มา: BBC News