17.3 ล้านแรงงานไทย ‘เข้าสู่วัยใกล้เกษียณ’ เสี่ยงไร้เงินยังชีพ
กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) เผยคนไทยวัยใกล้เกษียณ 17.3 ล้านคน หรือ 39% ของวัยแรงงาน เสี่ยงเงินออมไม่พอใช้ชีวิตหลังเกษียณ เหตุค่าครองชีพสูง รายได้ไม่สมดุล
17.3 ล้านแรงงานไทย ‘เข้าสู่วัยใกล้เกษียณ’ เสี่ยงไร้เงินยังชีพ
การเพิ่มขึ้นของประชากรสูงวัยในประเทศไทย สร้างความกังวลเกี่ยวกับความมั่นคงทางการเงินในวัยเกษียณ โดยมีแรงงานที่อยู่ใน “วัยใกล้เกษียณ” ถึง 17.3 ล้านคน กำลังเผชิญความเสี่ยงสูงที่จะมีเงินออมไม่เพียงพอสำหรับใช้จ่ายในวัยชรา ตามข้อมูลจากกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.)
คำเตือนดังกล่าวอ้างอิงข้อมูลจากการสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือน โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ และรายงานของสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI)

กอช. ระบุว่าจำนวนแรงงานไทยอายุ 46-60 ปี ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มวัยใกล้เกษียณ มีจำนวน 17.3 ล้านคนในปี 2024 คิดเป็น 39% ของประชากรวัยแรงงาน โดยในจำนวนนี้ 41.6% เป็นผู้ประกอบอาชีพอิสระหรือเจ้าของกิจการ ซึ่งหมายความว่าคนกลุ่มนี้มีหน้าที่หลักในการสร้างเงินออมเพื่อวัยเกษียณให้เพียงพอภายใน 10-15 ปีข้างหน้า
จากข้อมูลของ กอช. ค่าครองชีพที่สูงขึ้นได้ขยายช่องว่างระหว่างรายจ่ายครัวเรือนและเงินออม ในปี 2024 กลุ่มอายุนี้มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 8,362 บาทต่อเดือน ในขณะที่ผู้มีอายุ 61-70 ปี มีค่าใช้จ่ายประมาณ 7,603 บาท อย่างไรก็ตาม เงินสงเคราะห์ผู้สูงอายุของรัฐบาลเริ่มต้นที่ 600 บาทต่อเดือน ซึ่งครอบคลุมค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อเดือนเพียง 7.9% เท่านั้น
กอช. ชี้ว่าผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่คนเดียวมีค่าครองชีพสูงกว่าผู้ที่อาศัยอยู่กับสมาชิกในครอบครัว โดยค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อเดือนสำหรับกลุ่มแรกอยู่ที่ 10,087 บาท เนื่องจากไม่สามารถแบ่งปันค่าที่พัก อาหาร หรือค่าเดินทางกับผู้อื่นได้
นอกจากนี้ กอช. ยังเปิดเผยว่า เงินออมเฉลี่ยต่อเดือนสำหรับผู้มีอายุ 46-60 ปี อยู่ที่ 4,416 บาท ทำให้คนกลุ่มนี้มีความเปราะบางทางการเงินเมื่อเข้าสู่วัยเกษียณ
จากการประมาณการของ กอช. บุคคลที่เริ่มออมเงินในอัตราเฉลี่ยเมื่ออายุ 46 ปี จะมีเงินเพียงพอต่อค่าใช้จ่ายในการยังชีพหลังเกษียณได้เพียงประมาณ 6.6 ปีเท่านั้น สำหรับผู้ที่เริ่มออมเมื่ออายุ 50 ปี จะมีเงินออมใช้ได้ประมาณ 5.1 ปี ส่วนผู้ที่เริ่มเมื่ออายุ 55 ปี จะมีเงินพอใช้เพียง 2.8 ปี
กอช. จึงเรียกร้องให้ผู้ประกอบอาชีพอิสระเข้าร่วมระบบการออมเพื่อการเกษียณอายุโดยสมัครใจ เพื่อให้มั่นใจว่าพวกเขามีเงินออมเพียงพอสำหรับวัยชรา
ที่มา: Bangkok Post