เปิดปฏิบัติการกวาดล้างนอมินี 4 จังหวัดชายฝั่งภาคใต้ รวบผู้ต้องหาแล้ว 65 คน

สำนักงานตำรวจแห่งชาติเผยผลปฏิบัติการ ‘กวาดล้างนอมินี’ ใน 4 จังหวัดภาคใต้ ทั้งฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน จับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว 65 ราย ในคดีที่เกี่ยวข้องกับการถือครองที่ดินและการประกอบธุรกิจโดยผิดกฎหมาย มูลค่าความเสียหายกว่า 1,671 ล้านบาท

thai-pbs-nominee-crackdown-south

ศปชก.ตร. เร่งกวาดล้างนอมินีครอบคลุมภาคใต้ มูลค่าความเสียหายพุ่งกว่าพันล้าน

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) โดยศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ (ศปชก.ตร.) เปิดเผยผลการดำเนินงานปฏิบัติการ ‘กวาดล้างนอมินี’ ในพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญของภาคใต้ 4 จังหวัด ได้แก่ สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต พังงา และกระบี่ โดยเน้นเป้าหมายกลุ่มชาวต่างชาติที่ใช้คนไทยถือหุ้นแทน ถือครองที่ดิน และทำงานโดยไม่ได้รับใบอนุญาต การปฏิบัติการแบ่งออกเป็น 3 เฟส โดยรวมสามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้แล้ว 65 ราย จากทั้งหมด 96 คนที่ถูกอนุมัติหมายจับ

จากการตรวจค้นที่ดินเป้าหมายรวม 172 แปลง คิดเป็นพื้นที่ประมาณ 130 ไร่ 1 งาน 25.8 ตารางวา พบมูลค่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้างสูงถึงประมาณ 1,671 ล้านบาท โดยศาลได้อนุมัติหมายจับรวม 107 หมาย ครอบคลุมทั้งชาวไทย 29 คน และชาวต่างชาติ 67 คน ในจำนวนผู้ถูกจับกุม 65 รายนั้น แบ่งเป็นคนไทย 24 ราย (25 หมายจับ) และชาวต่างชาติ 41 ราย (48 หมายจับ) ชาวต่างชาติที่ถูกจับกุมมีหลากหลายสัญชาติ เช่น อิสราเอล ฝรั่งเศส รัสเซีย โปแลนด์ สวิตเซอร์แลนด์ แอฟริกาใต้ อังกฤษ เนเธอร์แลนด์ ยูเครน สโลวัก ออสเตรเลีย ฟิลิปปินส์ และตุรกี

ผลการดำเนินงานแบ่งตามเฟส: สุราษฎร์ธานีนำร่อง, อันดามันขยายผล

เฟส 1 และ 2: เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี

ปฏิบัติการในช่วงวันที่ 13 และ 23 พฤษภาคม 2569 มุ่งเป้าไปที่บริษัทต้องสงสัยว่าเป็นธุรกิจนอมินีในอำเภอเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีการดำเนินคดีรวม 105 คดี และจับกุมผู้ต้องหาได้ 22 ราย โดยศาลได้มีคำพิพากษาลงโทษไปแล้ว 14 คดี กับผู้ต้องหา 14 ราย ให้จำคุกคนละ 1 ปี 3 เดือน ปรับ 15,000 บาท พร้อมสั่งให้จัดการจำหน่ายที่ดินที่ได้มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือไม่ได้รับอนุญาต ภายในระยะเวลาที่อธิบดีกรมที่ดินกำหนด ซึ่งไม่น้อยกว่า 180 วัน แต่ไม่เกิน 1 ปี หากยังไม่จำหน่าย อธิบดีกรมที่ดินมีอำนาจจำหน่ายที่ดินนั้นได้

เฟส 3: ฝั่งอันดามัน (20 มิถุนายน 2569)

ปฏิบัติการในเฟสนี้เน้นพื้นที่จังหวัดภูเก็ต พังงา และกระบี่ ซึ่งเป็นกลุ่มจังหวัดท่องเที่ยวสำคัญของฝั่งอันดามัน

ภูเก็ต: ธุรกิจนอมินีถือครองที่ดินกว่า 231 ล้านบาท

จังหวัดภูเก็ตมีการตรวจพบบริษัทที่มีพฤติการณ์เป็นนอมินี เพื่อซื้อและครอบครองที่ดินโดยผิดกฎหมายตามพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน แบ่งเป็น 2 กลุ่มหลัก:

  • กลุ่มที่ 1: บริษัทที่มีพฤติการณ์นอมินี 10 บริษัท ครอบครองที่ดิน 4 แปลง เนื้อที่ 2 ไร่ 1 งาน 50.5 ตารางวา มูลค่าประมาณ 116 ล้านบาท ศาลอนุมัติหมายจับชาวต่างชาติ 12 คน และสามารถจับกุมได้แล้ว 9 คน (อิสราเอล 5, ฝรั่งเศส 2, เนเธอร์แลนด์ 1, รัสเซีย 1)
  • กลุ่มที่ 2: บริษัทที่มีชาวต่างชาติถือหุ้นเกินกึ่งหนึ่ง 39 บริษัท ครอบครองที่ดิน 52 แปลง เนื้อที่รวมประมาณ 12 ไร่ 2 งาน 62.5 ตารางวา มูลค่าประมาณ 115 ล้านบาท ศาลอนุมัติหมายค้น 29 หมาย เพื่อตรวจสอบพยานหลักฐาน และเรียกผู้เกี่ยวข้องมาสอบสวน

รวมที่ดินที่เกี่ยวข้องในภูเก็ต 56 แปลง เนื้อที่ 15 ไร่ 13 ตารางวา มูลค่าประมาณ 231 ล้านบาท คดีสำคัญในภูเก็ตคือ การตรวจค้นจับกุมเครือข่ายบริษัท จีแมทฯ ที่ประกอบธุรกิจโรงแรม รีสอร์ต ห้องชุด บริการเช่ารถจักรยานยนต์ ร้านอาหาร ร้านกัญชา และฟิตเนส

พังงา: พบการถือครองที่ดินนอมินีมูลค่า 323 ล้านบาท

จังหวัดพังงาพบการกระทำความผิดในลักษณะเดียวกัน:

  • กลุ่มที่ 1: บริษัทที่มีพฤติการณ์นอมินี 9 บริษัท ครอบครองที่ดิน 7 แปลง เนื้อที่ 13 ไร่ 35 ตารางวา มูลค่าประมาณ 269 ล้านบาท มีการอนุมัติหมายจับ 6 หมาย และสามารถจับกุมชาวอังกฤษได้ 1 ราย
  • กลุ่มที่ 2: บริษัทที่มีชาวต่างชาติถือหุ้นเกินกึ่งหนึ่ง 1 บริษัท ครอบครองที่ดิน 1 แปลง เนื้อที่ 9 ไร่ 3 งาน 20.4 ตารางวา มูลค่าประมาณ 54 ล้านบาท โดยเจ้าพนักงานที่ดินสาขาตะกั่วป่าได้ร้องทุกข์กล่าวโทษบริษัท อตาฯ

รวมที่ดินที่เกี่ยวข้องในพังงา 8 แปลง เนื้อที่ 22 ไร่ 3 งาน 55.4 ตารางวา มูลค่าประมาณ 323 ล้านบาท คดีสำคัญในพังงาคือ การตรวจค้นจับกุมโรงแรม ซาวา บีชฯ ที่เปิดให้บริการโดยไม่ได้รับอนุญาต และพบพฤติการณ์การใช้คนไทยเป็นนอมินีถือหุ้น

กระบี่: ขบวนการนอมินีจัดตั้งบริษัทอย่างเป็นระบบ มูลค่ากว่า 499 ล้านบาท

ในจังหวัดกระบี่พบพฤติการณ์ซับซ้อนยิ่งขึ้น:

  • กลุ่มที่ 1: บริษัทที่มีพฤติการณ์นอมินี 9 บริษัท ครอบครองที่ดิน 17 แปลง เนื้อที่ 6 ไร่ 1 งาน 12.4 ตารางวา มูลค่าประมาณ 209 ล้านบาท ศาลอนุมัติหมายจับ 40 หมาย และสามารถจับกุมได้ 32 ราย (คนไทย 22, ชาวต่างชาติ 9 ได้แก่ อิสราเอล 4, โปแลนด์ 2, สวิตเซอร์แลนด์ 2, แอฟริกาใต้ 1)
  • กลุ่มที่ 2: บริษัทที่มีชาวต่างชาติถือหุ้นเกินกึ่งหนึ่ง 8 บริษัท ครอบครองที่ดิน 8 แปลง เนื้อที่ 8 ไร่ 25.6 ตารางวา มูลค่าประมาณ 290 ล้านบาท ศาลอนุมัติหมายค้น 6 หมาย เพื่อรวบรวมพยานหลักฐาน

รวมที่ดินที่เกี่ยวข้องในกระบี่ 25 แปลง เนื้อที่ 14 ไร่ 1 งาน 38 ตารางวา มูลค่าประมาณ 499 ล้านบาท

คดีสำคัญในกระบี่ประกอบด้วย:

  • ขบวนการจัดตั้งบริษัทนอมินีอย่างเป็นระบบ: พบสำนักงานกฎหมายและบัญชีเป็นต้นทางในการจดทะเบียน จัดหาผู้ถือหุ้นไทยอำพรางโครงสร้าง และเปลี่ยนแปลงกรรมการ/ผู้ถือหุ้นเพื่อให้ต่างด้าวควบคุมกิจการได้ มีการดำเนินคดีกับผู้ช่วยเหลือ 7 บริษัท ผู้ต้องหาชาวต่างชาติถูกจำคุก 2 ปี ปรับ 240,000 บาท ส่วนคนไทยจำคุก 6 เดือน ปรับ 50,000 บาท
  • ขบวนการนอมินีธุรกิจนำเที่ยวและบันเทิง: พบการใช้คนไทยถือหุ้นแทนต่างด้าว โดยมีการทำเอกสารเท็จ และนำลายมือชื่อของผู้เสียชีวิตมาใช้ในเอกสารราชการ
  • รีสอร์ตเปลือยกายและนอมินีอำพรางธุรกิจต่างด้าว: พบการประกอบธุรกิจที่พักโดยไม่ได้รับอนุญาต โฆษณาผิดกฎหมาย และชาวต่างด้าวเข้ามาบริหารกิจการโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน

การปฏิบัติการกวาดล้างนอมินีครั้งนี้ ถือเป็นการเน้นย้ำความพยายามของเจ้าหน้าที่ในการปราบปรามการกระทำความผิดที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของประเทศไทย