พายุหมุนเขตร้อนมีชื่อเรียกอย่างไร? ตั้งตาม ‘โลมา, ติ่มซำ, ไทร’?
พายุหมุนเขตร้อนมีชื่อเรียกอย่างไร? ‘โลมา, ติ่มซำ, ไทร’ มาจากไหน?
คุณอาจจะเคยได้ยินชื่อพายุหมุนเขตร้อนที่ฟังดูแปลกหู เช่น พายุ ‘โลมา’ หรือ ‘ติ่มซำ’ และอาจจะสงสัยว่าชื่อเหล่านี้มีที่มาอย่างไร ทำไมจึงไม่ใช้เพียงหมายเลข หรือเป็นชื่อที่ดูน่ากลัวเหมือนความรุนแรงของพายุ? เราจะมาไขข้อข้องใจถึงระบบการตั้งชื่อพายุหมุนเขตร้อนทั่วโลกกัน
ที่มาของชื่อพายุหมุนเขตร้อน
การตั้งชื่อพายุหมุนเขตร้อนมีประวัติศาสตร์ยาวนาน แต่ในปัจจุบันมีการจัดการที่เป็นระบบโดยองค์กรอุตุนิยมวิทยาโลก (World Meteorological Organization – WMO) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในแต่ละภูมิภาคทั่วโลก วัตถุประสงค์หลักของการตั้งชื่อคือเพื่อช่วยในการสื่อสารและการจดจำสำหรับประชาชนทั่วไป สื่อ และเจ้าหน้าที่กู้ภัย ให้สามารถแยกแยะพายุแต่ละลูกได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่มีพายุหลายลูกก่อตัวขึ้นพร้อมกัน
ระบบการตั้งชื่อ: การหมุนเวียนและบัญชีรายชื่อ
โดยทั่วไปแล้ว การตั้งชื่อพายุจะใช้บัญชีรายชื่อที่กำหนดไว้ล่วงหน้า ซึ่งประกอบด้วยชื่อที่เป็นที่รู้จักและเข้าใจง่าย โดยปกติแล้วชื่อเหล่านี้จะถูกกำหนดโดยประเทศต่างๆ ที่อยู่ในภูมิภาคนั้นๆ บัญชีรายชื่อจะถูกใช้หมุนเวียนไปเรื่อยๆ ตามลำดับ เมื่อมีการใช้ชื่อครบทุกชื่อในบัญชีแล้ว ก็จะวนกลับมาใช้ชื่อแรกของบัญชีถัดไป หรือบัญชีเดิมหากเป็นระบบหมุนเวียนแบบง่าย
ชื่อ ‘โลมา’, ‘ติ่มซำ’, ‘ไทร’ มาจากไหน?
ชื่อพายุเช่น ‘โลมา’ (Dolphin), ‘ติ่มซำ’ (Dim-sum) หรือ ‘ไทร’ (Banyan) เป็นตัวอย่างของชื่อที่มาจากประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยแต่ละประเทศจะส่งชื่อเข้าบัญชีรายชื่อเพื่อใช้ในการตั้งชื่อพายุหมุนเขตร้อนที่ก่อตัวขึ้นในมหาสมุทรแปซิฟิกด้านตะวันตกเฉียงเหนือ ซึ่งรวมถึงทะเลจีนใต้ด้วย
- ‘โลมา’ (Dolphin): เป็นชื่อที่เสนอโดยประเทศหนึ่งในภูมิภาคเอเชีย ซึ่งมักจะมาจากสัตว์หรือสิ่งมีชีวิตในท้องถิ่น
- ‘ติ่มซำ’ (Dim-sum): เป็นชื่อที่เสนอโดยประเทศที่ได้รับอิทธิพลทางวัฒนธรรมจีน แสดงถึงอาหารยอดนิยม
- ‘ไทร’ (Banyan): เป็นชื่อที่เสนอโดยประเทศที่รู้จักต้นไม้ชนิดนี้ ซึ่งเป็นต้นไม้ขนาดใหญ่ที่มีความสำคัญทางวัฒนธรรมและระบบนิเวศในหลายประเทศแถบเอเชีย
การตั้งชื่อเช่นนี้ทำให้ชื่อพายุมีความหลากหลายและสะท้อนถึงวัฒนธรรมของประเทศต่างๆ ในภูมิภาคที่อาจได้รับผลกระทบจากพายุนั้นๆ
การปลดระวางชื่อพายุ
หากพายุลูกใดสร้างความเสียหายรุนแรงอย่างมากจนเป็นที่จดจำ ชื่อของพายุลูกนั้นอาจถูก ‘ปลดระวาง’ หรือไม่นำกลับมาใช้อีกในบัญชีรายชื่อหมุนเวียน เพื่อเป็นการให้เกียรติแก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบและเพื่อหลีกเลี่ยงการสร้างความทรงจำที่ไม่ดีซ้ำซ้อน ชื่อใหม่ก็จะถูกเลือกมาแทนที่ในบัญชีนั้นๆ
ดังนั้น การตั้งชื่อพายุหมุนเขตร้อนจึงเป็นมากกว่าแค่การเรียกชื่อ แต่เป็นการสะท้อนถึงความร่วมมือระหว่างประเทศในการจัดการภัยพิบัติ และการสร้างความตระหนักรู้ให้กับผู้คนทั่วโลก
ที่มา: Bangkok Post