⚡ ข่าวด่วน
|
🌤️ กำลังโหลด... | 📅 6 สิงหาคม 2569

พบฟอสซิลไดโนเสาร์กินเนื้อเก่าแก่ 130 ล้านปี ที่ชัยภูมิ

🕒 6 สิงหาคม 2569 ⏱️ อ่าน 5 นาที 👁️ 3 วิว ✍️ ฝ่ายข่าวท้องถิ่น ทีมข่าว ThaiPTV

มีการค้นพบชิ้นส่วนฟอสซิลไดโนเสาร์กินเนื้อกว่า 100 ชิ้น ซึ่งคาดว่ามีอายุมากกว่า 130 ล้านปี ที่จังหวัดชัยภูมิ การค้นพบครั้งนี้สร้างความหวังในการระบุสายพันธุ์ไดโนเสาร์กินเนื้อที่เก่าแก่ที่สุดสายพันธุ์หนึ่งของไทย

การค้นพบดังกล่าวได้รับการประกาศขึ้นหลังจากที่ นายยศสันยา พิทาบุตร อายุ 53 ปี ชาวบ้านใหม่หนองแดง อำเภอบ้านเขว้า ได้นำนักวิจัยไปยังสถานที่ที่เขาพบชิ้นส่วนฟอสซิลเป็นครั้งแรก

การสำรวจและทีมงานวิจัย

ทีมขุดค้นนำโดย นายสีตะ มนิตกูล นักวิจัยจากศูนย์วิจัยและจัดการความรู้ทางบรรพชีวินวิทยา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ซึ่งเป็นผู้นำการศึกษาที่ระบุชนิดของ ‘นากาทิตัน ชัยภูมิเอนซิส’ (Nagatitan chaiyaphumensis) ไดโนเสาร์กินพืชขนาดยักษ์ที่เพิ่งได้รับการยอมรับว่าเป็นสปีชีส์ใหม่ และเป็นไดโนเสาร์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดที่เคยค้นพบในประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การสำรวจครั้งนี้ยังรวมถึง นายอดุลวิท คาวีระ นักธรณีวิทยาจากศูนย์วิจัยและพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ขอนแก่น และ นางสาวเกศดาพร เครือภักดี นักธรณีวิทยาจากศูนย์เดียวกัน พร้อมด้วยผู้นำท้องถิ่นและชาวบ้านอีกกว่า 10 คน

รายละเอียดการค้นพบฟอสซิล

ฟอสซิลถูกค้นพบในสุสานทางทิศตะวันตกของหมู่บ้านบ้านใหม่หนองแดง หลังจากมีการนำรถขุดเข้ามาปรับพื้นที่สำหรับสร้างเมรุเผาศพ โดยนายยศสันยาเป็นผู้รวบรวมชิ้นส่วนกระดูกชิ้นแรกและส่งมอบให้ทำการตรวจสอบ นับตั้งแต่นั้นมามีการกู้คืนชิ้นส่วนฟอสซิลได้มากกว่า 100 ชิ้น ซึ่งรวมถึงกระดูกสันหลัง กระดูกขา ข้อต่อ กระดูกข้อเท้า และกระดูกนิ้วเท้า นอกจากนี้ยังพบซากครีบฉลามในบริเวณดังกล่าว ซึ่งเป็นหลักฐานเพิ่มเติมของสภาพแวดล้อมโบราณในพื้นที่นั้น

การวิเคราะห์และการระบุชนิด

นายสีตะกล่าวว่า นักวิจัยจะขนส่งตัวอย่างไปยังศูนย์วิจัยเพื่อทำการวิเคราะห์เพิ่มเติม ในขณะเดียวกันก็จะดำเนินการขุดค้นใต้ชั้นหินปูนต่อไปเพื่อระบุการจำแนกชนิดที่แน่ชัดของไดโนเสาร์ การประเมินเบื้องต้นชี้ให้เห็นว่าฟอสซิลดังกล่าวเป็นของไดโนเสาร์กินเนื้อ ซึ่งถือเป็นไดโนเสาร์ตัวที่สี่ที่ค้นพบในจังหวัดชัยภูมิ และเป็นไดโนเสาร์ที่เก่าแก่ที่สุดที่เคยระบุได้ในจังหวัดนี้ โดยมีอายุมากกว่า ‘นากาทิตัน ชัยภูมิเอนซิส’ ที่มีอายุ 115 ล้านปี

ผู้นำท้องถิ่นหวังว่าสถานที่แห่งนี้จะกลายเป็นศูนย์การเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลต่อไปในอนาคต

ที่มา: Bangkok Post

แชร์ข่าวนี้: Facebook X (Twitter) LINE

📰 ข่าวที่เกี่ยวข้อง