⚡ ข่าวด่วน
|
🌤️ กำลังโหลด... | 📅 30 ตุลาคม 2569

วิกฤตอัตลักษณ์: อังกฤษผ่านร่างกฎหมายสัญชาติในปี 1981

🕒 30 ตุลาคม 2569 ⏱️ อ่าน 4 นาที 👁️ 5 วิว ✍️ ฝ่ายข่าวต่างประเทศ ทีมข่าว ThaiPTV

ในปี 1981 สหราชอาณาจักรได้ผ่านร่างกฎหมายสัญชาติอังกฤษ (British Nationality Bill) ซึ่งนับเป็นเหตุการณ์สำคัญที่สร้างความเปลี่ยนแปลงอย่างมากต่อการนิยามสิทธิและสถานะของพลเมืองอังกฤษ กฎหมายฉบับนี้ได้ก่อให้เกิดการถกเถียงอย่างกว้างขวางและเป็นที่มาของคำว่า ‘วิกฤตอัตลักษณ์’ ในสังคมอังกฤษ ณ ขณะนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มประเทศเครือจักรภพและผู้อพยพที่อาศัยอยู่ในสหราชอาณาจักร

กฎหมายสัญชาติอังกฤษปี 1981 มีเป้าหมายเพื่อปรับปรุงและแก้ไขระบบกฎหมายสัญชาติเดิมที่ซับซ้อน โดยได้แบ่งพลเมืองออกเป็นหลายประเภท รวมถึง ‘พลเมืองอังกฤษ’ (British Citizen) ‘พลเมืองอาณานิคมอังกฤษ’ (British Dependent Territories Citizen) และ ‘พลเมืองอังกฤษโพ้นทะเล’ (British Overseas Citizen) การเปลี่ยนแปลงนี้มีผลกระทบโดยตรงต่อสิทธิในการอยู่อาศัยและการเดินทาง ซึ่งหลายฝ่ายมองว่าเป็นการจำกัดสิทธิของกลุ่มบุคคลบางกลุ่มที่เคยถือสัญชาติอังกฤษภายใต้กฎหมายเดิม

ผลกระทบและข้อถกเถียงจากร่างกฎหมาย

การผ่านร่างกฎหมายฉบับนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความกังวลของรัฐบาลอังกฤษเกี่ยวกับการควบคุมการอพยพย้ายถิ่นฐานและจำนวนประชากรในประเทศ อย่างไรก็ตาม ฝ่ายตรงข้ามและนักวิจารณ์ได้ออกมาแสดงความไม่พอใจ โดยชี้ว่ากฎหมายดังกล่าวเป็นการแบ่งแยกและสร้างความไม่เท่าเทียมกัน ทำให้เกิดความรู้สึกแปลกแยกในหมู่พลเมืองบางกลุ่ม โดยเฉพาะผู้ที่เกิดในอดีตอาณานิคมของอังกฤษที่เคยมีสิทธิพลเมืองเท่าเทียมกัน

เอกสารจาก SCMP (South China Morning Post) ในช่วงเวลานั้นได้สะท้อนถึงการอภิปรายอย่างเข้มข้นในรัฐสภาอังกฤษและปฏิกิริยาจากประเทศต่างๆ ในเครือจักรภพ บทความเหล่านั้นได้เน้นย้ำถึงความรู้สึกที่ว่ากฎหมายใหม่นี้ได้บ่อนทำลายความรู้สึกร่วมกันของ ‘ความเป็นอังกฤษ’ และสร้างความสับสนเกี่ยวกับสถานะทางกฎหมายและอัตลักษณ์ของบุคคลนับล้าน

มรดกที่ทิ้งไว้ของกฎหมายสัญชาติปี 1981

แม้เวลาจะล่วงเลยมาหลายทศวรรษ กฎหมายสัญชาติอังกฤษปี 1981 ยังคงเป็นส่วนสำคัญของกฎหมายสัญชาติสหราชอาณาจักรในปัจจุบัน และยังคงเป็นประเด็นที่ถูกศึกษาและถกเถียงถึงผลกระทบทางสังคมและการเมืองที่เกิดขึ้น การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นี้ได้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของสหราชอาณาจักรในการนิยามอัตลักษณ์ของตนเองใหม่ในฐานะประเทศที่กำลังเผชิญกับความท้าทายของการอพยพย้ายถิ่นฐานและความสัมพันธ์กับอดีตอาณานิคม

ที่มา: South China Morning Post

แชร์ข่าวนี้: Facebook X (Twitter) LINE

📰 ข่าวที่เกี่ยวข้อง