ทั่วประเทศเร่งแก้ปัญหาอัตราการเกิดต่ำกระทบการพัฒนาชาติ

ประเทศไทยกำลังถูกเรียกร้องให้ทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาล ภาควิชาการ ภาคเอกชน หน่วยงานท้องถิ่น และประชาชน ร่วมมือกันอย่างจริงจังเพื่อแก้ไขวิกฤตอัตราการเกิดต่ำของประเทศ ครอบคลุมตลอดวงจรชีวิตตั้งแต่การมีและเลี้ยงดูบุตรไปจนถึงการเตรียมพร้อมสำหรับการทำงาน
ข้อเรียกร้องดังกล่าวเกิดขึ้นในการประชุมระดับชาติภายใต้หัวข้อ “วิกฤตการเกิดและข้อกังวลด้านคุณภาพ” ซึ่งจัดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้โดยสำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่าอัตราการเกิดที่ลดลงไม่ใช่แค่ปัญหาทางประชากรศาสตร์เท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับคุณภาพชีวิต สุขภาพ การศึกษา ทักษะ ความสามารถในการแข่งขัน ตลาดแรงงาน เศรษฐกิจ และการพัฒนาประเทศในระยะยาว
เป้าหมายคือการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อผู้คนในการเริ่มต้นครอบครัว มีบุตร และเลี้ยงดูบุตรให้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีสุขภาพดีและมีความสามารถ นายอเนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวว่ากระทรวงของตนมีบทบาทในการรับมือกับความท้าทายเชิงโครงสร้างผ่านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การวิจัย และนวัตกรรม นอกจากนี้ยังจะช่วยส่งเสริมสุขภาพกายและใจของเด็กๆ รวมถึงการเข้าถึงบริการสุขภาพที่มีคุณภาพอีกด้วย
นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่ากระทรวงจะมุ่งเน้นที่การเตรียมความพร้อมของผู้คนก่อนตั้งครรภ์ ส่งเสริมการคลอดบุตรที่มีสุขภาพดี และการดูแลมารดา ทารก และเด็กเล็ก นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวว่าจำเป็นต้องมีระบบสนับสนุนและครอบครัวที่แข็งแกร่ง เพื่อช่วยให้เด็กๆ พัฒนาทักษะชีวิต ทักษะดิจิทัล และการเรียนรู้ที่เหมาะสม พร้อมทั้งลดความเหลื่อมล้ำ
นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่าจำนวนประชากรวัยแรงงานที่ลดลงกำลังสร้างความท้าทายให้กับอุตสาหกรรมที่ต้องใช้แรงงานเข้มข้น รวมถึงวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม จำนวนการจดทะเบียนเกิดลดลงจาก 736,352 คนในปี 2558 เหลือ 426,240 คนในปี 2567 ซึ่งลดลงประมาณ 37% ภายในเก้าปี
ที่มา: Bangkok Post