อัยการจีนหญิงหนีโทษค้าประเวณีในจีน ถูกรวบคาไทยใกล้สุวรรณภูมิ

เจ้าหน้าที่ตำรวจไทยได้เข้าจับกุมอัยการหญิงชาวจีนรายหนึ่งซึ่งหลบหนีโทษจำคุกในประเทศจีน ในคดีจัดหาหญิงสาวเพื่อการค้าประเวณี โดยการจับกุมเกิดขึ้นที่บริเวณริมถนนใกล้กับสนามบินสุวรรณภูมิ หลังจากที่เธอเดินทางเข้ามาในประเทศไทยอย่างผิดกฎหมาย

พ.ต.อ. ภัทรพล พัฒนมาวงศ์ ผู้กำกับการฝ่ายสนับสนุน กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ผู้ที่นำการปฏิบัติการ ได้เปิดเผยว่า ตำรวจกองปราบปรามและตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ได้ร่วมกันจับกุม “นางสาวหวัง” หญิงชาวจีนวัย 32 ปี บริเวณใกล้กับสนามบินสุวรรณภูมิ จังหวัดสมุทรปราการ เมื่อช่วงดึกของคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา
ทางการจีนต้องการตัวนางสาวหวังในข้อหาจัดหาหญิงสาวเพื่อการค้าประเวณี ซึ่งคดีนี้อยู่ภายใต้การดูแลของสำนักงานความมั่นคงสาธารณะหนานหนิง ในเขตปกครองตนเองกว่างซี ประเทศจีน
ก่อนหน้านี้ นางสาวหวังเคยถูกดำเนินคดีในจีนและได้รับอนุญาตให้ประกันตัวชั่วคราวเนื่องจากขณะนั้นเธอกำลังตั้งครรภ์
เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2568 ศาลประชาชนเขตซีเซียงถังได้ตัดสินจำคุกเธอ 6 ปี และปรับ 500,000 หยวน (ประมาณ 2.47 ล้านบาท) แต่เธอได้หลบหนีการจำคุก โดยในวันที่ 18 ธันวาคม 2568 เธอได้เดินทางโดยรถไฟไปยังเมืองผิงเซียง มณฑลกวางซี ซึ่งอยู่ใกล้ชายแดนเวียดนาม และหลบหนีการจับกุมของทางการจีน มีรายงานว่าเธอได้ลักลอบข้ามพรมแดนเข้าสู่ประเทศเวียดนามอย่างผิดกฎหมาย
พนักงานสอบสวนของกองปราบปรามได้ติดตามความเคลื่อนไหวของนางสาวหวังอย่างต่อเนื่อง และพบหลักฐานว่าเธอได้เดินทางเข้ามาในประเทศไทยอย่างผิดกฎหมาย และซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ห้วยขวาง กรุงเทพฯ โดยได้มีการเฝ้าระวังการเคลื่อนไหวของเธออย่างใกล้ชิด
เจ้าหน้าที่สืบทราบว่า นางสาวหวังมีแผนที่จะหลบเลี่ยงปัญหาการตรวจคนเข้าเมืองโดยการ “วิ่งวีซ่า” ซึ่งเป็นการเดินทางออกจากประเทศไทยและกลับเข้ามาใหม่เพื่อยืดเวลาพำนักในราชอาณาจักร
เมื่อวันที่ 11 กันยายนที่ผ่านมา ผู้ต้องสงสัยชาวจีนรายนี้ได้เดินทางออกจากประเทศไทยไปยังกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย และไม่กี่วันต่อมา เธอได้เดินทางกลับจากกัวลาลัมเปอร์ โดยลงจอดที่สนามบินสุวรรณภูมิ
ตำรวจได้เฝ้าติดตามเธออย่างต่อเนื่อง หลังจากที่เธออกจากสนามบิน เธอได้หยุดรอที่ริมถนน ณ จุดนัดพบที่จัดเตรียมไว้ เพื่อรอรถมารับ เจ้าหน้าที่ตำรวจไทยจึงได้เข้าดำเนินการจับกุมตัว
กองบังคับการปราบปรามระบุว่า นางสาวหวังจะถูกส่งตัวกลับไปยังประเทศจีนเพื่อรับโทษตามคำพิพากษาต่อไป
ที่มา: Bangkok Post