⚡ ข่าวด่วน
|
🌤️ กำลังโหลด... | 📅 13 กันยายน 2569

ทางการไทยเดินหน้าเอาผิดเครือข่ายอิสราเอลถือครองที่ดินพัทยา

🕒 13 กันยายน 2569 ⏱️ อ่าน 6 นาที 👁️ 3 วิว ✍️ ฝ่ายข่าวท้องถิ่น ทีมข่าว ThaiPTV
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พล.ท.ต. รัฐพล นาวรัตน์ ในรายการ ‘คุยกับ ครม. อนุทิน’ ของ NBT เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ภาพจากหน้าจอ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พล.ท.ต. รัฐพล นาวรัตน์ ในรายการ ‘คุยกับ ครม. อนุทิน’ ของ NBT เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ภาพจากหน้าจอ

พล.ท.ต. รัฐพล นาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมไทย เปิดเผยว่า ทางการไทยกำลังเตรียมการดำเนินคดีกับเครือข่ายชาวอิสราเอลที่ต้องสงสัยว่าถือครองที่ดินในพัทยา จังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสอบสวนคดีอาชญากรรมข้ามชาติ

ในการให้สัมภาษณ์ในรายการ ‘คุยกับ ครม. อนุทิน’ ของสถานีโทรทัศน์ NBT เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา รัฐมนตรีได้เน้นย้ำถึงความพยายามของรัฐบาลในการต่อสู้กับยาเสพติด หนี้ครัวเรือน และการหลอกลวงออนไลน์ ซึ่งเป็นวาระแห่งชาติ

พล.ท.ต. รัฐพล กล่าวว่า กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้รวบรวมหลักฐานระหว่างปฏิบัติการภาคสนามในพัทยา และได้เปิดโปงสิ่งที่เขาเรียกว่าเป็นเครือข่ายขนาดใหญ่ที่เชื่อมโยงกับแผนการถือครองที่ดินที่ถูกกล่าวหา ขณะนี้คดีนี้กำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาเพื่อรับเป็นคดีพิเศษ โดยพิจารณาจากมูลค่าความเสียหายที่เกี่ยวข้อง ทางการเตรียมจะเริ่มปฏิบัติการในเดือนนี้

DSI กำลังสอบสวนการใช้บัญชีม้าที่จดทะเบียนภายใต้ชื่อนิติบุคคล ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงจากแนวทางปฏิบัติเดิมที่ใช้บัญชีของบุคคล การสอบสวนในพัทยาเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามที่กว้างขึ้นในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ

มาตรการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์และยาเสพติด

รัฐมนตรีกล่าวถึงการรับมือกับการหลอกลวงออนไลน์ โดยระบุว่าสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ร่วมกับกลุ่มธนาคารและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้จัดตั้งศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (CSCA) ขึ้น เพื่อติดตามและอายัดเงินได้อย่างรวดเร็วเมื่อมีการแจ้งความ ศูนย์นี้ได้ช่วยผู้เสียหายเกือบ 600 ราย ได้รับเงินคืนมากกว่า 130 ล้านบาท ในกรณีที่ทรัพย์สินถูกยึด อัยการ DSI และตำรวจจะประสานงานกับ ปปง. เพื่อนำทรัพย์สินที่ถูกยึด รวมถึงรถยนต์หรู ออกประมูล เพื่อนำเงินที่ได้มาคืนแก่ผู้เสียหาย

พล.ท.ต. รัฐพล ยังได้เน้นย้ำถึงการรณรงค์ต่อต้านยาเสพติดของรัฐบาล โดยกล่าวว่าสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ได้ร่วมปฏิบัติการกับหน่วยงานทหารและตำรวจ ครอบคลุมทั้งการป้องกัน การปราบปราม การบำบัดรักษา การฟื้นฟู และการเฝ้าระวัง เจ้าหน้าที่มุ่งเน้นการสกัดกั้นเส้นทางค้ายาเสพติดก่อนที่ยาเสพติดจะเข้าสู่ประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งผ่านลาวและเมียนมา โดยตั้งเป้าหมายไปที่ผู้ค้าที่มีอิทธิพลและทรัพย์สินของพวกเขา นอกจากนี้ ยังมีการยึดสารตั้งต้นในปริมาณมาก ซึ่งหากถูกปล่อยให้ผ่านไป อาจนำไปผลิตยาบ้าได้มากกว่าหนึ่งพันล้านเม็ด

การแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือน

ในด้านการบรรเทาหนี้ครัวเรือน รัฐมนตรีเปิดเผยว่า มีการจัดงานไกล่เกลี่ยหนี้ทั่วประเทศ 23 ครั้งในปีงบประมาณ 2566 ดึงดูดผู้เข้าร่วมกว่า 60,000 ราย และสร้างคำขอชำระหนี้กว่า 40,000 รายการ คิดเป็นมูลค่ากว่า 8 พันล้านบาท โครงการนี้ช่วยลดภาระทางการเงินของลูกหนี้ได้มากกว่า 5 พันล้านบาท การไกล่เกลี่ยหนี้ทั่วประเทศรอบใหม่มีกำหนดจะเริ่มในเดือนมกราคม

ที่มา: Bangkok Post

แชร์ข่าวนี้: Facebook X (Twitter) LINE

📰 ข่าวที่เกี่ยวข้อง