ทางการไทยเดินหน้าเอาผิดเครือข่ายอิสราเอลถือครองที่ดินพัทยา

พล.ท.ต. รัฐพล นาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมไทย เปิดเผยว่า ทางการไทยกำลังเตรียมการดำเนินคดีกับเครือข่ายชาวอิสราเอลที่ต้องสงสัยว่าถือครองที่ดินในพัทยา จังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสอบสวนคดีอาชญากรรมข้ามชาติ
ในการให้สัมภาษณ์ในรายการ ‘คุยกับ ครม. อนุทิน’ ของสถานีโทรทัศน์ NBT เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา รัฐมนตรีได้เน้นย้ำถึงความพยายามของรัฐบาลในการต่อสู้กับยาเสพติด หนี้ครัวเรือน และการหลอกลวงออนไลน์ ซึ่งเป็นวาระแห่งชาติ
พล.ท.ต. รัฐพล กล่าวว่า กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้รวบรวมหลักฐานระหว่างปฏิบัติการภาคสนามในพัทยา และได้เปิดโปงสิ่งที่เขาเรียกว่าเป็นเครือข่ายขนาดใหญ่ที่เชื่อมโยงกับแผนการถือครองที่ดินที่ถูกกล่าวหา ขณะนี้คดีนี้กำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาเพื่อรับเป็นคดีพิเศษ โดยพิจารณาจากมูลค่าความเสียหายที่เกี่ยวข้อง ทางการเตรียมจะเริ่มปฏิบัติการในเดือนนี้
DSI กำลังสอบสวนการใช้บัญชีม้าที่จดทะเบียนภายใต้ชื่อนิติบุคคล ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงจากแนวทางปฏิบัติเดิมที่ใช้บัญชีของบุคคล การสอบสวนในพัทยาเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามที่กว้างขึ้นในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ
มาตรการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์และยาเสพติด
รัฐมนตรีกล่าวถึงการรับมือกับการหลอกลวงออนไลน์ โดยระบุว่าสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ร่วมกับกลุ่มธนาคารและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้จัดตั้งศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (CSCA) ขึ้น เพื่อติดตามและอายัดเงินได้อย่างรวดเร็วเมื่อมีการแจ้งความ ศูนย์นี้ได้ช่วยผู้เสียหายเกือบ 600 ราย ได้รับเงินคืนมากกว่า 130 ล้านบาท ในกรณีที่ทรัพย์สินถูกยึด อัยการ DSI และตำรวจจะประสานงานกับ ปปง. เพื่อนำทรัพย์สินที่ถูกยึด รวมถึงรถยนต์หรู ออกประมูล เพื่อนำเงินที่ได้มาคืนแก่ผู้เสียหาย
พล.ท.ต. รัฐพล ยังได้เน้นย้ำถึงการรณรงค์ต่อต้านยาเสพติดของรัฐบาล โดยกล่าวว่าสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ได้ร่วมปฏิบัติการกับหน่วยงานทหารและตำรวจ ครอบคลุมทั้งการป้องกัน การปราบปราม การบำบัดรักษา การฟื้นฟู และการเฝ้าระวัง เจ้าหน้าที่มุ่งเน้นการสกัดกั้นเส้นทางค้ายาเสพติดก่อนที่ยาเสพติดจะเข้าสู่ประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งผ่านลาวและเมียนมา โดยตั้งเป้าหมายไปที่ผู้ค้าที่มีอิทธิพลและทรัพย์สินของพวกเขา นอกจากนี้ ยังมีการยึดสารตั้งต้นในปริมาณมาก ซึ่งหากถูกปล่อยให้ผ่านไป อาจนำไปผลิตยาบ้าได้มากกว่าหนึ่งพันล้านเม็ด
การแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือน
ในด้านการบรรเทาหนี้ครัวเรือน รัฐมนตรีเปิดเผยว่า มีการจัดงานไกล่เกลี่ยหนี้ทั่วประเทศ 23 ครั้งในปีงบประมาณ 2566 ดึงดูดผู้เข้าร่วมกว่า 60,000 ราย และสร้างคำขอชำระหนี้กว่า 40,000 รายการ คิดเป็นมูลค่ากว่า 8 พันล้านบาท โครงการนี้ช่วยลดภาระทางการเงินของลูกหนี้ได้มากกว่า 5 พันล้านบาท การไกล่เกลี่ยหนี้ทั่วประเทศรอบใหม่มีกำหนดจะเริ่มในเดือนมกราคม
ที่มา: Bangkok Post