เตือนภัย: แผน ‘พ่อปลอม’ สร้างความเสี่ยงด้านความมั่นคง

กรุงเทพฯ, ประเทศไทย – คณะกรรมาธิการสาธารณสุขของรัฐสภาเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่เร่งรัดการสอบสวนเครือข่าย ‘พ่อปลอม’ โดยเตือนว่าชาวต่างชาติที่จดทะเบียนเป็นคนไทยโดยมิชอบด้วยกฎหมายอาจได้รับสิทธิ์ในการเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์และเข้าสู่แวดวงการเมืองได้ในที่สุด
นายสกุลธร พัธยะกุล ประธานคณะกรรมาธิการฯ กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีว่า กรุงเทพมหานครได้ระบุการจดทะเบียนเกิดที่น่าสงสัยจำนวน 879 กรณีใน 29 เขต ระหว่างปี 2560 ถึง 2569 ซึ่งเพิ่มขึ้นจากกว่า 500 กรณีที่พบเมื่อ 5 ปีก่อนหน้า ในจำนวนนี้ 27 กรณีได้รับการยืนยันว่าเป็นฉ้อโกงและเพิกถอนสูติบัตรแล้ว ในขณะที่ 810 กรณียังอยู่ระหว่างการสอบสวน การทดสอบ DNA กำลังดำเนินการในบางกรณี และผู้ต้องสงสัยบางรายได้สารภาพแล้ว
เจ้าหน้าที่จากเขตทุ่งครุรายหนึ่งถูกไล่ออกและคดีถูกส่งให้ตำรวจ นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่จาก 3-4 เขตถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้อง กรมการปกครองยังระบุคดีที่น่าสงสัยมากกว่า 10,000 คดีระหว่างปี 2555 ถึง 2569 ที่เกี่ยวข้องกับเด็กที่อ้างว่าเกิดจากพ่อชาวไทยและแม่ชาวต่างชาติ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวจีน
นายสกุลธรกล่าวว่า ผู้ปกครองที่ปฏิเสธการทดสอบ DNA มีคดีที่ถูกขึ้นทะเบียนในระบบทะเบียนราษฎร์แล้ว แต่บุตรของพวกเขายังคงสามารถทำธุรกรรมและเป็นเจ้าของทรัพย์สินได้เมื่อบรรลุนิติภาวะ การทดสอบ DNA ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ อย่างไรก็ตาม การตรวจสอบเริ่มขึ้นหลังจากตำรวจให้หลักฐานการกระทำผิดที่อาจเกิดขึ้น
เขาเสริมว่าโรงพยาบาลเอกชน 10 แห่ง รวมถึงแห่งหนึ่งในทุ่งครุที่เชื่อมโยงกับคดีน่าสงสัย 164 คดี อยู่ระหว่างการสอบสวน “นี่คือการทำงานแบบตอบสนอง ไม่ใช่การทำงานเชิงรุก” เขากล่าว พร้อมเรียกร้องให้มีการตรวจสอบระบบและระบบการจดทะเบียนเกิดอิเล็กทรอนิกส์ในโรงพยาบาลเอกชน ซึ่งยังคงใช้บันทึกที่เขียนด้วยลายมืออย่างแพร่หลาย
นายสกุลธรกล่าวว่าเครือข่ายเหล่านี้เป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของชาติ โดยเตือนว่าชาวต่างชาติที่ได้รับสัญชาติไทยผ่านการจดทะเบียนเกิดโดยมิชอบด้วยกฎหมายอาจได้รับสิทธิทางการเมืองและทรัพย์สินในที่สุด รวมถึงสิทธิ์ในการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) หรือแม้กระทั่งนายกรัฐมนตรี
ที่มา: Bangkok Post