⚡ ข่าวด่วน
|
🌤️ กำลังโหลด... | 📅 1 สิงหาคม 2569

ประชาชนกว่า 2.1 แสนคนยื่นอุทธรณ์เกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

🕒 1 สิงหาคม 2569 ⏱️ อ่าน 5 นาที 👁️ 5 วิว ✍️ ฝ่ายข่าวท้องถิ่น ทีมข่าว ThaiPTV

รัฐบาลไทยเปิดเผยว่า มีประชาชนไทยกว่า 210,000 คน ได้ยื่นอุทธรณ์ขอทบทวนสิทธิภายใต้โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หลังจากมีการแก้ไขหลักเกณฑ์การครอบครองยานพาหนะ

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เกณฑ์ใหม่ได้ยกเว้นรถจักรยานยนต์ที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป และรถยนต์ รถพ่วง รวมถึงรถเพื่อการเกษตรที่มีอายุ 20 ปีขึ้นไป จากการประเมินทรัพย์สิน การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนการใช้ทรัพย์สินของประชาชนได้ดีขึ้น และทำให้การประเมินคุณสมบัติมีความเป็นธรรมมากยิ่งขึ้น

การครอบครองยานพาหนะเป็นหนึ่งในเกณฑ์ที่ใช้คัดกรองและตรวจสอบคุณสมบัติของผู้มีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อพิจารณาว่าผู้ลงทะเบียนมีคุณสมบัติเหมาะสมที่จะได้รับความช่วยเหลือจากรัฐบาลอย่างแท้จริงหรือไม่

ปัจจุบัน มีคำอุทธรณ์ที่เกี่ยวข้องกับยานพาหนะประมาณ 370,000 คันทั่วประเทศ จังหวัดที่มีการยื่นอุทธรณ์มากที่สุด ได้แก่ นครราชสีมา ตามมาด้วยเชียงใหม่ ลำปาง เพชรบูรณ์ และนราธิวาส

สาเหตุหลักของการยื่นอุทธรณ์คือ ยานพาหนะมีอายุเกินเกณฑ์ที่กำหนด มีการโอนกรรมสิทธิ์อย่างไม่เป็นทางการโดยไม่มีการปรับปรุงบันทึกการจดทะเบียน หรือยานพาหนะไม่สามารถใช้งานได้บนท้องถนนอีกต่อไป หรือไม่ได้ใช้งานแล้ว

นางสาวรัชดา ระบุว่า ผู้ที่ประสงค์จะยื่นอุทธรณ์สามารถดำเนินการได้ต่อเนื่องจนถึงวันที่ 31 สิงหาคม โดยคุณสมบัติจะถูกพิจารณาตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของโครงการ

ผลสำรวจจากสถาบันพระปกเกล้า

ขณะเดียวกัน ผลสำรวจที่เผยแพร่เมื่อวันศุกร์โดยสถาบันพระปกเกล้า (KPI) พบว่า แม้ประชาชนส่วนใหญ่จากผู้ตอบแบบสำรวจ 2,000 คน ต้องการให้โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐดำเนินต่อไป แต่ 31.7% เรียกร้องให้เพิ่มวงเงินในบัตรเพื่อเพิ่มระดับความช่วยเหลือจากรัฐบาลให้มากที่สุด

จากการสำรวจของ KPI ซึ่งดำเนินการระหว่างวันที่ 25-28 กรกฎาคม พบว่า 29.1% ของผู้ตอบแบบสำรวจเรียกร้องให้มีการคัดกรองข้อมูลที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ในขณะที่ 15.3% เสนอว่าโครงการบัตรสวัสดิการควรมาพร้อมกับการฝึกอบรมอาชีพและโครงการอื่นๆ เพื่อช่วยให้ผู้รับผลประโยชน์สร้างรายได้อย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ ผลสำรวจยังพบว่า 24.4% ของผู้ตอบแบบสำรวจมองว่ากฎการครอบครองยานพาหนะเดิม ซึ่งตัดสิทธิ์ผู้สมัครที่ครอบครองรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ที่มีความจุเครื่องยนต์ต่ำกว่า 300 ซีซี เป็นเกณฑ์คุณสมบัติที่สร้างปัญหามากที่สุด ส่วนอีก 15% ระบุว่าการจำกัดรายได้ต่อปีที่ 100,000 บาท เป็นเกณฑ์ที่สร้างปัญหามากที่สุด

ผู้ตอบแบบสำรวจบางรายกล่าวว่า การเป็นเจ้าของยานพาหนะไม่ได้บ่งชี้ว่าบุคคลนั้นมีรายได้เพียงพอเสมอไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อยานพาหนะเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการทำงาน หรือสำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่ไม่มีระบบขนส่งสาธารณะ

ที่มา: Bangkok Post

แชร์ข่าวนี้: Facebook X (Twitter) LINE

📰 ข่าวที่เกี่ยวข้อง