ภูเก็ตปราบเข้มโรงแรมผิดกฎหมาย พบใช้ ‘นอมินี’ สยายปีกกิจการ
รัฐบาลไทยเร่งปราบปรามโรงแรมเถื่อนในภูเก็ต หลังพบ 3 แห่งไร้ใบอนุญาต พร้อมขยายผลตรวจสอบเครือข่ายนอมินีทั่วประเทศ มุ่งคัดกรองธุรกิจผิดกฎหมาย ไม่กระทบทุนต่างชาติถูกกฎหมาย

รัฐบาลไทยได้เพิ่มความเข้มข้นในการปราบปรามโรงแรมผิดกฎหมายในจังหวัดภูเก็ต หลังจากที่การตรวจสอบเบื้องต้นพบว่ามีสถานประกอบการ 3 แห่งดำเนินการโดยไม่มีใบอนุญาตอย่างถูกต้อง
นางสาวพลอยทะเล ลักษณ์มีแสงจันทร์ รองโฆษกรัฐบาลไทย กล่าวว่า การดำเนินการดังกล่าวเป็นผลมาจากคำสั่งของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ได้สั่งการให้กระทรวงมหาดไทยประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเสริมสร้างความสงบเรียบร้อยของประชาชน และบังคับใช้ระเบียบโรงแรมอย่างเคร่งครัด
เมื่อเร็วๆ นี้ พล.อ.ต. พลภี สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้นำทีมตรวจสอบร่วมเข้าตรวจโรงแรมในจังหวัดภูเก็ต โดยพุ่งเป้าไปที่โรงแรม 3 แห่งซึ่งมีจำนวนห้องพักประมาณ 200, 240 และ 45 ห้อง ตามลำดับ เจ้าหน้าที่พบว่าไม่มีแห่งใดยื่นขอใบอนุญาตก่อสร้างหรือใบอนุญาตประกอบกิจการโรงแรมอย่างถูกต้อง ผู้ตรวจสอบยังพบว่าสถานประกอบการสองแห่งแรกเดิมได้รับการอนุมัติให้เป็นอาคารที่พักอาศัยหรือคอนโดมิเนียม แต่ได้ถูกดัดแปลงเป็นโรงแรมโดยไม่ได้รับอนุญาต
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังได้ทำการทดสอบการจองห้องพักผ่านช่องทางออนไลน์ และยืนยันว่าโรงแรมเหล่านี้ทำการตลาดห้องพักให้กับนักท่องเที่ยวชาวยุโรปและนักท่องเที่ยวต่างชาติอื่นๆ เป็นหลัก โดยแทบไม่มีลูกค้าชาวไทยเลย การตรวจสอบเพิ่มเติมยังพบข้อสงสัยเกี่ยวกับ “เครือข่ายนอมินี” ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจซึ่งมีผู้ถือหุ้นต่างชาติ 49% และผู้ถือหุ้นไทย 51% สถานประกอบการบางแห่งมีชาวไทยเป็นเจ้าของตามกฎหมาย แต่ให้ชาวจีนเช่า ซึ่งมีข้อกล่าวหาว่าดำเนินการโรงแรมโดยไม่มีใบอนุญาตที่จำเป็น
การปฏิบัติการครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการตรวจสอบที่กว้างขึ้น ซึ่งครอบคลุมมากกว่า 10 แห่งทั่วจังหวัดภูเก็ต นายโสภณ สุวรรณรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ได้รับคำสั่งให้สั่งปิดกิจการทันที หากผู้ประกอบการไม่สามารถยื่นเอกสารที่จำเป็นได้ ขณะนี้กรมการปกครองกำลังทำงานร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงพาณิชย์ กรมสอบสวนคดีพิเศษ และหน่วยงานอื่นๆ เพื่อขยายผลการสอบสวนเครือข่ายธุรกิจต่างชาติทั่วประเทศ
รัฐบาลไทยเตรียมใช้ระบบคัดกรอง ‘นอมินี’ แบบใหม่
ในอีกด้านหนึ่ง นางลลิตา เผิบสีวัตร รองโฆษกรัฐบาลไทย กล่าวว่า ประเทศไทยจะนำระบบคัดกรองที่อิงข้อมูลข่าวกรองแบบใหม่มาใช้ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคมเป็นต้นไป เพื่อปรับปรุงการตรวจจับธุรกิจนอมินี ระบบนี้จะวิเคราะห์บันทึกการจดทะเบียนบริษัท โครงสร้างผู้ถือหุ้น และงบการเงิน เพื่อระบุบริษัทที่มีความเสี่ยงสูงซึ่งมีผู้ถือหุ้นชาวไทยในกรณีที่น่าสงสัย
อย่างไรก็ตาม นางสาวลลิตาเน้นย้ำว่ามาตรการเหล่านี้ไม่ได้มีเจตนาที่จะขัดขวางการลงทุนต่างชาติที่ถูกต้องตามกฎหมาย แต่เพื่อแยกแยะนักลงทุนที่ถูกกฎหมายออกจากผู้ที่ใช้โครงสร้างนอมินีในการดำเนินธุรกิจที่ผิดกฎหมาย
ที่มา: Bangkok Post