กรมการปกครองสั่ง ‘ปลัดจังหวัดภูเก็ต’ พ้นจากราชการชั่วคราว ข้อหาถูกดำเนินคดีอาญา
กรมการปกครองออกคำสั่งให้ ‘รุ่งเรือง ธิมาบุตร’ ปลัดจังหวัดภูเก็ต ออกจากราชการไว้ก่อน หลังถูกศาลอาญาคดีทุจริตฯ ภาค 9 ออกหมายจับในข้อหายักยอกทรัพย์หรือรับผลประโยชน์โดยมิชอบ
กรมการปกครอง ให้ ‘ปลัดจังหวัดภูเก็ต’ ออกจากราชการไว้ก่อน เหตุต้องหากระทำผิดอาญา
กรมการปกครอง ให้ ‘ปลัดจังหวัดภูเก็ต’ ออกจากราชการไว้ก่อน เหตุต้องหากระทำผิดอาญา
วันนี้ (27 มิ.ย.2569) กรมการปกครองได้ออกคำสั่งกรมการปกครอง ที่ 1899/2569 เรื่อง ให้ออกจากราชการไว้ก่อน กรณีต้องหาว่ากระทำความผิดอาญา โดยมีเนื้อหาสาระว่า นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ข้าราชการพลเรือนสามัญประเภทอำนวยการ ระดับสูง ตำแหน่งปลัดจังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นตำแหน่งผู้อำนวยการสูง มีกรณีต้องหาว่ากระทำความผิดอาญา
ทั้งนี้ สืบเนื่องจากศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 9 ได้ออกหมายจับ ที่ จ.12/2569 ลงวันที่ 26 มิ.ย. 2569 ให้กับผู้บังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ เพื่อดำเนินการจับกุมนายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ซึ่งถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดอาญาฐาน ‘เรียกรับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นเป็นการตอบแทนในการที่จะจูงใจหรือได้จูงใจเจ้าพนักงาน สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งรัฐ สมาชิกสภาจังหวัด หรือสมาชิกสภาเทศบาล โดยวิธีอันทุจริตหรือผิดกฎหมาย หรือโดยอิทธิพลของตน ให้กระทำการหรือไม่กระทำการในหน้าที่อันเป็นคุณหรือเป็นโทษแก่บุคคลใด และฐานเรียกรับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นเป็นการตอบแทนในการที่จะจูงใจหรือได้จูงใจเจ้าพนักงานของรัฐ เจ้าหน้าที่ของรัฐต่างประเทศ หรือเจ้าหน้าที่ขององค์การระหว่างประเทศ โดยวิธีอันทุจริตหรือผิดกฎหมาย หรือโดยอิทธิพลของตน ให้กระทำการหรือไม่กระทำการในหน้าที่อันเป็นคุณหรือเป็นโทษแก่บุคคลใด’
ต่อมา มีการนำตัวนายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งกองกำกับการ 6 กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ได้รับคำร้องทุกข์กล่าวโทษไว้เป็นคดีอาญาที่ 8/2569
จากกรณีดังกล่าว ถือว่านายรุ่งเรือง ธิมาบุตร มีกรณีต้องหาว่ากระทำความผิดอาญา และโดยที่มีเหตุให้ออกจากราชการไว้ก่อน ดังนี้ ตำแหน่งปลัดจังหวัดเป็นตำแหน่งสำคัญของกรมการปกครองและกระทรวงมหาดไทย ผู้ดำรงตำแหน่งนี้ย่อมต้องเป็นที่น่าเชื่อถือ ศรัทธา และได้รับความไว้วางใจจากประชาชนในพื้นที่ การที่นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ถูกดำเนินคดีอาญาในเรื่องเกี่ยวกับการปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยทุจริต หรือเกี่ยวกับความประพฤติ หรือพฤติการณ์อันไม่น่าไว้วางใจ โดยพนักงานอัยการมิได้รับเป็นทนายแก้ต่างให้ และมิใช่ความผิดที่กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ จึงทำให้เกิดความไม่น่าเชื่อถือ ศรัทธา และความไม่ไว้วางใจจากประชาชนในพื้นที่ รวมถึงจากหน่วยงานภายในบังคับบัญชาของกรมการปกครองที่นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ปฏิบัติหน้าที่อยู่
นอกจากนี้ นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร มีพฤติการณ์เกี่ยวกับการปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยทุจริต หรือเกี่ยวกับความประพฤติ หรือพฤติการณ์อันไม่น่าไว้วางใจ หากยังคงอยู่ในหน้าที่ราชการต่อไป อาจเกิดความเสียหายแก่ราชการได้ และเนื่องจากการดำเนินคดีอาญาของนายรุ่งเรือง ธิมาบุตร จะยังไม่แล้วเสร็จโดยเร็ว จึงสมควรให้ผู้นี้ออกจากราชการไว้ก่อน
ดังนั้น อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 57 (5) และมาตรา 101 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 ประกอบข้อ 78 ข้อ 83 และข้อ 34 ของกฎ ก.ก.พ. ว่าด้วยการดำเนินการทางวินัย พ.ศ. 2556 คำสั่งกระทรวงมหาดไทย ที่ 251/2565 เรื่อง การมอบหมายอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการดำเนินการทางวินัยและการอุทธรณ์ ลงวันที่ 27 มกราคม 2565 และคำสั่งกระทรวงมหาดไทย ที่ 820/2568 เรื่อง แต่งตั้งผู้รักษาราชการแทนอธิบดีกรมการปกครอง ลงวันที่ 14 มีนาคม 2568
จึงสั่งให้นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ออกจากราชการไว้ก่อน ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่มีคำสั่งเป็นต้นไป
หากนายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ประสงค์จะโต้แย้งคำสั่งนี้ ให้ทำคำร้องทุกข์เป็นหนังสือยื่นต่อปลัดกระทรวงมหาดไทย ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาชั้นเหนือ หรือยื่นคำร้องทุกข์โดยส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนไปยังปลัดกระทรวงมหาดไทย ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ทราบหรือถือว่าทราบคำสั่งนี้ ตามมาตรา 123 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 ประกอบกฎ ก.พ.ค. ว่าด้วยการร้องทุกข์ และการพิจารณาวินิจฉัยเรื่องร้องทุกข์ พ.ศ. 2551
คำสั่งดังกล่าวลงนามโดย นายวิฑูรย์ สิรินุกุล รองอธิบดี รักษาราชการแทนอธิบดีกรมการปกครอง ปฏิบัติแทนปลัดกระทรวงมหาดไทย
ที่มา: ThaiPBS