แก๊งค้ายาใช้โซเชียลมีเดียหลอกลูกเรือไทยเป็นหิ้วของ

แก๊งค้ายาเสพติดใช้โซเชียลมีเดียหาลูกเรือสายการบินไทยเพื่อขนยาเสพติดข้ามประเทศ หลังพบพนักงานต้อนรับถูกจับพร้อมเฮโรอีนในออสเตรเลีย.

drug-gangs-social-media-recruit-thai-air-crew-couriers

เมื่อเช้าตรู่วันที่ 18 มิถุนายน ข้อความจากบัญชีผู้ใช้ที่ไม่รู้จักปรากฏในกล่องข้อความ TikTok ของพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินในกรุงเทพฯ พร้อมชุดคำถามว่า: ‘คุณจะบินไปออสเตรเลียหรือไม่? รับจ้างหิ้วของไหม? ค่าจ้างเท่าไร?’

พนักงานต้อนรับวัย 30 ปี ซึ่งทำงานให้กับสายการบินต้นทุนต่ำระดับภูมิภาคละเลยข้อความดังกล่าวและลืมไปแล้ว จนกระทั่งวันอังคาร เมื่อพนักงานต้อนรับของการบินไทยถูกตั้งข้อหาลักลอบนำเข้าเฮโรอีนกว่าหนึ่งกิโลกรัมเข้าสู่ออสเตรเลีย โดยซ่อนไว้ในกระเป๋าโท้ทหลายใบ

พนักงานต้อนรับในกรุงเทพฯ ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า ‘ฉันไม่ตอบคนแปลกหน้าแบบนี้’ เธอขอไม่เปิดเผยชื่อเนื่องจากเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ‘เราได้รับคำเตือนเรื่องนี้มาตลอด ไม่ให้รับจ้างหิ้วของ มันเป็นกฎที่รู้กันดีอยู่แล้ว’

นางสาวอารีพักตร์ เงินบำรุง โฆษกสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) กล่าวว่า บัญชีผู้ใช้ปริศนาที่ชื่อว่า ‘ผงคือผง’ ในภาษาไทย ถูกเชื่อมโยงกับเครือข่ายค้ายาเสพติดที่สร้างบัญชีโซเชียลมีเดียปลอมเพื่อหาคนขนสารผิดกฎหมายข้ามพรมแดน

นางสาวอารีพักตร์กล่าวว่า ‘บัญชีดังกล่าวถูกปิดไปแล้ว’ ‘ป.ป.ส. กำลังสอบสวน และจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าบัญชีดังกล่าวใช้หลายชื่อ’

ในการแถลงการณ์หลังจากการจับกุม การบินไทยกล่าวว่ามีกฎระเบียบที่เข้มงวดเกี่ยวกับการประพฤติปฏิบัติของพนักงานทุกคน และจะให้ความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

การเคลื่อนย้ายข้ามพรมแดน

ทางการไทยระบุว่า หลังจากจัดหายาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้านที่มีแหล่งผลิตขนาดใหญ่ เครือข่ายการค้ายาเสพติดจะเคลื่อนย้ายสารเหล่านี้ผ่านประเทศไทย ปกปิดในสิ่งของต่างๆ เช่น เสื้อผ้า, ซองกาแฟ และแจกัน

รายงานของสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) เมื่อเดือนธันวาคมระบุว่า การปลูกฝิ่นเพื่อผลิตเฮโรอีนในเมียนมา ซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้าน เพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบทศวรรษในปี 2025

เมียนมาที่ประสบภัยสงครามเป็นแหล่งผลิตฝิ่นผิดกฎหมายหลักของโลก ท่ามกลางการผลิตที่ลดลงในอัฟกานิสถาน เนื่องจากความขัดแย้งและภาวะเศรษฐกิจที่ยากลำบากผลักดันให้เกษตรกรจำนวนมากขึ้นเข้าสู่การค้าที่ผิดกฎหมาย

พลตำรวจตรีสุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวว่า ในประเทศไทย เครือข่ายการค้ายาเสพติดมุ่งเป้าไปที่กลุ่มนักเดินทางเฉพาะกลุ่ม รวมถึงพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน เพื่อช่วยขนส่งยาเสพติดไปต่างประเทศ

ในกรณีของพนักงานต้อนรับของการบินไทยที่ถูกจับกุมในออสเตรเลีย พลตำรวจตรีสุริยากล่าวว่า เธอได้โพสต์ในกลุ่มโซเชียลมีเดียที่ผู้คนเสนอตัวช่วยขนส่งสิ่งของไปต่างประเทศโดยมีค่าธรรมเนียม

พลตำรวจตรีสุริยากล่าวว่า พนักงานต้อนรับคนดังกล่าวได้เริ่มสื่อสารกับผู้ใช้ Facebook ที่ชื่อ ‘Rose Rose’ ‘ต่อมาทั้งสองได้ตกลงค่าธรรมเนียมที่ 8,800 บาท’ เขากล่าวกับผู้สื่อข่าว

ตำรวจสหพันธรัฐออสเตรเลียระบุว่า เฮโรอีนที่ซ่อนอยู่ภายในซับในกระเป๋าที่พนักงานต้อนรับถืออยู่นั้น มีมูลค่าตามท้องถนนประมาณ 500,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (11.5 ล้านบาท)

พลตำรวจตรีสุริยากล่าวว่า ด้วยวิธีการที่คล้ายกัน เครือข่ายค้ามนุษย์ยาได้เตรียมส่งพัสดุอีกห้าชิ้นจากกรุงเทพฯ ไปยังออสเตรเลียและไต้หวันระหว่างวันที่ 30 มิถุนายน ถึง 1 กรกฎาคม

‘แต่ทางการยึดเฮโรอีนได้ 24.38 กิโลกรัม ซึ่งซ่อนอยู่ในสินค้าพื้นเมือง, เสื้อผ้าไหม, ซองกาแฟ และเสื้อกันหนาว’ เขากล่าวเสริมว่า หน่วยงานไทยกำลังประสานงานกับทางการออสเตรเลียและไต้หวัน

ชายไทยและภรรยาชาวลาวถูกควบคุมตัว
เจ้าหน้าที่นำตัวชายไทยและภรรยาชาวลาว (ไม่มีในภาพ) ที่ต้องสงสัยว่าส่งพัสดุยาเสพติดจากจังหวัดเลยไปยังกรุงเทพฯ ไปยังสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดเมื่อวันศุกร์ (ภาพ: รอยเตอร์)

จนถึงขณะนี้ ทางการไทยได้ควบคุมตัวบุคคลสองคน ได้แก่ ชายไทยและภรรยาชาวลาว ซึ่งต้องสงสัยว่าส่งพัสดุยาเสพติดจากจังหวัดเลยซึ่งเป็นจังหวัดชายแดนไปยังกรุงเทพฯ หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ระบุว่า ทั้งคู่ถูกระบุชื่อเพียง นายอาทิตย์ วัย 43 ปี และนางสาวทัศพล วัย 42 ปี ส่วนพนักงานต้อนรับของการบินไทยถูกระบุชื่อว่า นางสาวมีนา วัย 26 ปี

ที่มา: Bangkok Post