⚡ ข่าวด่วน
|
🌤️ กำลังโหลด... | 📅 12 กันยายน 2569

ซีเรียจ่อสร้างศูนย์เจ็ตส่วนตัวบนอดีตสถานที่ทรมานนักโทษ

🕒 12 กันยายน 2569 ⏱️ อ่าน 4 นาที 👁️ 2 วิว ✍️ ฝ่ายข่าวต่างประเทศ ทีมข่าว ThaiPTV
รันเวย์มองจากห้องควบคุมหอบังคับการบิน ณ สนามบินทหารชานเมืองเมซเซห์ ซึ่งเป็นสถานที่ที่ชาวซีเรียจำนวนมากเสียชีวิตระหว่างการคุมขัง ภาพ: รอยเตอร์ส
รันเวย์มองจากห้องควบคุมหอบังคับการบิน ณ สนามบินทหารชานเมืองเมซเซห์ ซึ่งเป็นสถานที่ที่ชาวซีเรียจำนวนมากเสียชีวิตระหว่างการคุมขัง ภาพ: รอยเตอร์ส

แผนการของรัฐบาลซีเรียที่จะเปลี่ยนอดีตสนามบินทหารในกรุงดามัสกัสให้เป็นศูนย์กลางสำหรับเครื่องบินเจ็ตส่วนตัว กำลังสร้างความกังวลให้กับกลุ่มสิทธิมนุษยชนและชาวเมือง ซึ่งระบุว่าการพัฒนาดังกล่าวอาจรบกวนสุสานหมู่ที่ต้องสงสัย และละเมิดสิทธิ์ในที่ดินส่วนบุคคล

ป้ายบิลบอร์ดที่แสดงภาพบาชาร์ อัล-อัสซาด ที่ฉีกขาดและธงชาติซีเรีย เห็นได้ในเมืองอเลปโปทางตอนเหนือ เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2024 ภาพ: เอเอฟพี
ป้ายบิลบอร์ดที่แสดงภาพบาชาร์ อัล-อัสซาด ที่ฉีกขาดและธงชาติซีเรีย เห็นได้ในเมืองอเลปโปทางตอนเหนือ เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2024 ภาพ: เอเอฟพี

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว สำนักงานการบินพลเรือนซีเรียกล่าวว่ากำลังเตรียมการปรับเปลี่ยนฐานทัพอากาศเมซเซห์ (Mezzeh) สำหรับการใช้งานพลเรือนแบบจำกัด โดยเน้นที่การบินส่วนตัวและสำหรับผู้บริหาร เพื่อเสริมศักยภาพของสนามบินนานาชาติดามัสกัส

รายงานจากสำนักข่าวของรัฐซีเรีย Sana ระบุว่า การขนย้ายเศษซากและปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานได้เริ่มขึ้นแล้ว โครงการนี้ถือเป็นบททดสอบว่าทางการซีเรียชุดใหม่จะรักษาสมดุลอย่างไรระหว่างการดึงดูดการลงทุนและพัฒนาทรัพย์สินของรัฐ กับประเด็นที่ยังไม่คลี่คลายสองประการจากยุคการปกครองของตระกูลอัสซาด นั่นคือชะตากรรมของชาวซีเรียหลายหมื่นคนที่หายสาบสูญไป และสิทธิ์ในทรัพย์สินที่คลุมเครือมานานหลายทศวรรษจากการเวนคืน

ฐานทัพอากาศเมซเซห์: อดีตสถานที่คุมขังและทรมาน

ในสมัยของบาชาร์ อัล-อัสซาด และบิดาของเขา ฮาเฟซ อัสซาด ฐานทัพอากาศเมซเซห์เป็นที่ตั้งของหน่วยงานสำคัญหลายแห่งของกองอำนวยการข่าวกรองกองทัพอากาศ (Air Force Intelligence Directorate) รวมถึงสถานที่คุมขังหลายแห่งที่ผู้ต้องสงสัยว่าเป็นปรปักษ์กับรัฐบาลถูกทรมาน ประหารชีวิต และบังคับให้หายสาบสูญไป บางส่วนของฐานทัพอากาศแห่งนี้ยังถูกใช้สำหรับเที่ยวบินของประธานาธิบดีและเที่ยวบินทางการอื่นๆ

ที่มา: South China Morning Post

แชร์ข่าวนี้: Facebook X (Twitter) LINE

📰 ข่าวที่เกี่ยวข้อง