วิกฤตทะเลแดง: การปิดล้อมค้าซาอุฯ ของกบฏฮูตีส่อขัดแย้งลาม

นักวิเคราะห์เตือน การโจมตีเรือในทะเลแดงของกลุ่มฮูตีที่ปิดล้อมการค้าของซาอุดีอาระเบีย อาจนำไปสู่ความขัดแย้งรุนแรงในตะวันออกกลางในไม่ช้า

กลุ่มกบฏฮูตีและผู้สนับสนุนเข้าร่วมการชุมนุมต่อต้านซาอุฯ ในกรุงซานา เมืองหลวงของเยเมน
กลุ่มกบฏฮูตีและผู้สนับสนุนเข้าร่วมการชุมนุมต่อต้านซาอุฯ ในกรุงซานา เมืองหลวงของเยเมน ภาพ: รอยเตอร์

ซาอุดีอาระเบียและกลุ่มกบฏฮูตีที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านในเยเมน ใกล้จะเปิดแนวรบใหม่ในสงครามอิหร่านมากขึ้น หลังจากกรุงริยาดได้ทิ้งระเบิดเมืองท่าโฮไดดาห์ เพื่อตอบโต้ที่กลุ่มฮูตียิงมิสไซล์โจมตีเรือลำหนึ่งในทะเลแดง การแลกเปลี่ยนการโจมตีครั้งนี้ถือเป็นการยกระดับความรุนแรงครั้งล่าสุด นับตั้งแต่กลุ่มฮูตี หรือที่รู้จักกันในชื่อ อันซาร์ อัลลาห์ ได้ประกาศคว่ำบาตรการเดินเรือของซาอุดีอาระเบียเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ส่งผลกระทบต่อการเดินเรือผ่านช่องแคบบับเอลมันเดบ ซึ่งเชื่อมต่อเอเชียกับยุโรปผ่านคลองสุเอซ

ก่อนหน้านี้ การโจมตีด้วยมิสไซล์ในลักษณะเดียวกันของกลุ่มฮูตีต่อเรือบรรทุกน้ำมันของบริษัทเดินเรือแห่งชาติซาอุดีอาระเบียเมื่อวันพฤหัสบดี ได้กระตุ้นให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ขู่ว่าจะมีการแทรกแซงทางทหารจากอเมริกัน

เรือรบสหรัฐฯ ยิงมิสไซล์เมื่อเดือนมีนาคมปีที่แล้ว หลังโดนัลด์ ทรัมป์ สั่งโจมตีทางทหารต่อกลุ่มฮูตีในเยเมนที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน
เรือรบสหรัฐฯ ยิงมิสไซล์เมื่อเดือนมีนาคมปีที่แล้ว หลังโดนัลด์ ทรัมป์ สั่งโจมตีทางทหารต่อกลุ่มฮูตีในเยเมนที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ภาพ: กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ/รอยเตอร์

“หากพวกเขากระทำเช่นนี้อีก สหรัฐฯ จะถือว่าอิหร่านต้องรับผิดชอบ เนื่องจากกลุ่มฮูตีเป็นตัวแทนและ/หรือผู้รับมอบอำนาจจากอิหร่าน และจะมีการลงโทษทางทหารครั้งใหญ่ต่ออิหร่าน และแน่นอนว่ารวมถึงกลุ่มฮูตีด้วย” ทรัมป์เขียนข้อความเผยแพร่บน Truth Social ของเขา

กลุ่มฮูตีอ้างความรับผิดชอบในการโจมตีด้วยมิสไซล์ต่อเมืองจีซานทางตอนใต้ของซาอุดีอาระเบียเมื่อวันเสาร์ หลังจากสื่อที่อยู่ภายใต้การควบคุมของกลุ่มได้กล่าวหาว่าซาอุดีอาระเบีย “ยกระดับสถานการณ์อย่างเป็นอันตราย” และระบุว่าการกระทำของซาอุดีอาระเบีย “จะไม่รอดพ้นจากการตอบโต้”

ปากีสถาน ซึ่งมีสนธิสัญญาป้องกันร่วมกับซาอุดีอาระเบีย ได้เตือนว่าจะ “ใช้มาตรการที่จำเป็นทั้งหมด รวมถึงการใช้กำลังตามกฎหมาย” หาก “ผลประโยชน์ทางทะเล” ของตนถูกคุกคาม

ที่มา: South China Morning Post