สหรัฐฯ เปิดทางตุรกีกลับเข้าโปรแกรม F-35 ‘แต่ไม่ถูกใจอิสราเอล’

สหรัฐฯ กำลังส่งสัญญาณเปิดประตูให้ตุรกีกลับเข้าร่วมโครงการเครื่องบินรบ F-35 หลังถูกขับออกไปในปี 2019 การเคลื่อนไหวนี้สร้างความไม่พอใจแก่อิสราเอล

เครื่องบินรบ F-35 ของกองทัพสหรัฐฯ บินอยู่เหนือน่านฟ้าในระหว่างการเฉลิมฉลองวันประกาศอิสรภาพในกรุงวอชิงตันเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม
เครื่องบินรบ F-35 ของกองทัพสหรัฐฯ บินอยู่เหนือน่านฟ้าในระหว่างการเฉลิมฉลองวันประกาศอิสรภาพในกรุงวอชิงตันเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม

สหรัฐอเมริกากำลังแสดงท่าทีเปิดทางให้ตุรกีกลับเข้าร่วมโครงการเครื่องบินรบ F-35 ซึ่งเป็นโครงการเครื่องบินขับไล่ล่องหนมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ การเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากตุรกีถูกขับออกจากโครงการในปี 2019 เนื่องจากตุรกีตัดสินใจซื้อระบบป้องกันภัยทางอากาศ S-400 จากรัสเซีย ซึ่งสหรัฐฯ และพันธมิตรนาโต้ชี้ว่าอาจเป็นภัยคุกคามต่อความปลอดภัยของ F-35

การตัดสินใจนี้ได้รับการเปิดเผยในระหว่างการเยือนตุรกีของเจมส์ เจฟฟรีย์ ผู้แทนพิเศษของสหรัฐฯ สำหรับซีเรียและต่อต้านกลุ่ม IS เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยระบุว่ามีความเป็นไปได้ที่ตุรกีจะกลับสู่โครงการนี้อีกครั้ง อย่างไรก็ตาม การเคลื่อนไหวนี้สร้างความไม่พอใจอย่างมากแก่อิสราเอล ซึ่งมองว่า S-400 ของรัสเซียนั้นเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของภูมิภาค

ประธานาธิบดีตุรกี เรเจป ไตยิป แอร์โดอัน (ซ้าย) ต้อนรับประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ที่กรุงอังการาก่อนการประชุมสุดยอดผู้นำรัฐและรัฐบาลนาโต้ เมื่อวันอังคาร
ประธานาธิบดีตุรกี เรเจป ไตยิป แอร์โดอัน (ซ้าย) ต้อนรับประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ที่กรุงอังการาก่อนการประชุมสุดยอดผู้นำรัฐและรัฐบาลนาโต้ เมื่อวันอังคาร

อะไรคือจุดยืนของสหรัฐฯ ต่อตุรกีและ F-35?

ในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา สหรัฐฯ ได้ส่งสัญญาณที่ขัดแย้งกันเกี่ยวกับสถานะของตุรกีในโครงการ F-35 โดยในช่วงปลายปีที่แล้ว สหรัฐฯ ได้กล่าวว่าตุรกีอาจซื้อ F-35 จำนวน 100 ลำที่สั่งซื้อไว้ล่วงหน้านั้นจะถูกส่งมอบให้แก่ประเทศสมาชิกนาโต้รายอื่น กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ได้ยืนยันในเดือนกุมภาพันธ์ว่าตุรกีถูก ‘ระงับ’ จากโครงการ F-35 อย่างเป็นทางการแล้ว แต่ประเด็นการหาสมาชิกใหม่มาทดแทนนั้นอาจใช้เวลามากถึงสองปี

กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ได้ชี้แจงว่าตุรกียังคง ‘มีส่วนร่วม’ ในการผลิต F-35 แม้ว่าจะไม่มีแผนที่จะได้รับเครื่องบินดังกล่าวก็ตาม บริษัทอุตสาหกรรมอากาศยานของตุรกี ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ผลิตชิ้นส่วนหลักของ F-35 ยังคงผลิตชิ้นส่วนประกอบเครื่องบินอยู่จนถึงปี 2022 อย่างน้อย

แรงกดดันและความตึงเครียดจากอิสราเอล

การเปิดประตูให้ตุรกีคืนสู่โครงการ F-35 ดึงดูดความสนใจจากสื่อในอิสราเอล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หนังสือพิมพ์เยรูซาเลมโพสต์ที่ตั้งข้อสังเกตว่านี่เป็นการ ‘เคลื่อนไหวที่ผิดปกติ’ ของสหรัฐฯ อิสราเอลเป็นหนึ่งในลูกค้าหลักของเครื่องบิน F-35 และได้แสดงความกังวลอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับระบบ S-400 ของรัสเซียในตุรกี โดยกลัวว่าเทคโนโลยีเรดาร์ที่ทันสมัยของรัสเซียอาจช่วยให้ตุรกีสามารถรวบรวมข้อมูลลับเกี่ยวกับ F-35 ได้ บทวิเคราะห์ของอิสราเอลระบุว่า S-400 เป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของอิสราเอล และเชื่อว่าการกลับเข้ามาของตุรกีอาจนำไปสู่การรั่วไหลของข้อมูล F-35 ที่มีความสำคัญต่อความเหนือกว่าทางอากาศของอิสราเอลในภูมิภาคนี้

อนาคตของตุรกีในโครงการ F-35

อนาคตของตุรกีในโครงการ F-35 ดูเหมือนจะยังคงเป็นประเด็นที่ซับซ้อน แรงกดดันจากสหรัฐฯ ที่ต้องการให้ตุรกียกเลิกการใช้ระบบ S-400 ยังคงมีอยู่ แต่ตุรกีเองก็ยังคงยืนยันในอธิปไตยของตนในการจัดซื้อระบบป้องกันภัย มีความไม่แน่นอนว่าการเปิดประตูของสหรัฐฯ ครั้งนี้จะเป็นเพียงกลยุทธ์การเจรจา หรือเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงนโยบายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต แต่สิ่งที่แน่นอนคือ การตัดสินใจครั้งนี้จะมีความหมายอย่างยิ่งต่อความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ ตุรกี และอิสราเอล และอาจส่งผลกระทบต่อสมดุลอำนาจในภูมิภาค

ที่มา: South China Morning Post