มท.สั่งตรวจเข้มสถานบันเทิง-อาคารสาธารณะทั่วไทย ให้เสร็จใน 30 วัน

กระทรวงมหาดไทยสั่งตั้งทีมเร่งตรวจสอบความปลอดภัยสถานบันเทิงและอาคารสาธารณะทั่วประเทศให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน พร้อมดำเนินคดีผู้ฝ่าฝืน

เจ้าหน้าที่ทีมฉุกเฉินตรวจสอบเพดานที่โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ซึ่งเป็นที่เกิดเหตุเพลิงไหม้ร้ายแรงเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม คร่า 33 ชีวิตในกรุงเทพฯ
เจ้าหน้าที่ทีมฉุกเฉินตรวจสอบเพดานที่โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ซึ่งเป็นที่เกิดเหตุเพลิงไหม้ร้ายแรงเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม คร่า 33 ชีวิตในกรุงเทพฯ (ภาพ: Reuters)

กระทรวงมหาดไทยของไทยได้สั่งการให้มีการตรวจสอบสถานบันเทิงและอาคารสาธารณะทั่วประเทศ โดยกำชับให้หน่วยงานท้องถิ่นดำเนินการตรวจสอบให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน หากพบว่าสถานประกอบการใดไม่ปลอดภัย จะไม่อนุญาตให้เปิดดำเนินการ และผู้ฝ่าฝืนจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย นายอุ้มสิทธิ สัมพันธ์รักษ์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าว

การตรวจสอบครั้งนี้มีขึ้นเพื่อตอบรับเหตุการณ์เพลิงไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ในเขตจตุจักร กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ซึ่งมีผู้เสียชีวิต 33 ราย การตรวจสอบจะดำเนินการร่วมกับกรุงเทพมหานคร เจ้าหน้าที่ตำรวจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

“รัฐบาลตั้งเป้าที่จะสร้างความมั่นใจในมาตรฐานความปลอดภัยให้กับทั้งประชาชนและนักท่องเที่ยว” นายอุ้มสิทธิ กล่าว

กระทรวงมหาดไทยได้สั่งการให้ทุกจังหวัด รวมถึงหน่วยงานเทศบาลของกรุงเทพฯ และเมืองพัทยา เพิ่มความเข้มงวดในมาตรฐานความปลอดภัยของสถานบันเทิงและสถานที่อื่น ๆ ที่มีผู้คนพลุกพล่านจำนวนมาก กรมการปกครองได้รับมอบหมายให้ดูแลให้สถานประกอบการปฏิบัติตามกฎหมาย รวบรวมบันทึกการตรวจสอบ และบังคับใช้ระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับสถานบริการอย่างเคร่งครัด

“ธุรกิจใดที่พบว่าฝ่าฝืนกฎระเบียบ จะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายทันที” นายอุ้มสิทธิ กล่าว

มาตรการตรวจสอบความปลอดภัย

กรมโยธาธิการและผังเมืองจะตรวจสอบโครงสร้างอาคาร ระบบป้องกันอัคคีภัย ทางออกฉุกเฉิน การจำกัดจำนวนผู้เข้าใช้ และมาตรฐานทางวิศวกรรม โดยมีวิศวกรผู้เชี่ยวชาญเข้าร่วมสนับสนุนการตรวจสอบในจังหวัดต่าง ๆ นอกจากนี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจะตรวจสอบอุปกรณ์ดับเพลิง แผนการอพยพ และระบบป้องกันอัคคีภัย รวมถึงจะดำเนินการตรวจสอบร่วมและซ้อมรับมือเหตุฉุกเฉินกับหน่วยงานท้องถิ่น

กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นมีหน้าที่ประสานงานกับหน่วยงานจังหวัด เพื่อตรวจสอบอาคารสาธารณะและให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการและประชาชนเกี่ยวกับข้อกำหนดด้านความปลอดภัย จะมีการติดตามตรวจสอบข้อบกพร่องในอาคารอย่างใกล้ชิด และเจ้าหน้าที่ได้รับคำสั่งให้ดูแลให้ทางออกฉุกเฉินปราศจากสิ่งกีดขวาง

นายอุ้มสิทธิ ยังส่งเสริมให้ประชาชนแจ้งเบาะแสสถานที่ที่ไม่ปลอดภัย ร้านอาหาร หรืออาคารสาธารณะ ผ่านสายด่วนศูนย์ดำรงธรรม 1567 หรือแจ้งต่อหน่วยงานท้องถิ่น

ณ วันศุกร์ที่ผ่านมา สำนักงานเขตจตุจักรยืนยันว่ามีผู้เสียชีวิตจากเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว จำนวน 33 ราย โดยสามารถระบุตัวผู้เสียชีวิตได้ทั้งหมด มีผู้บาดเจ็บรวม 71 ราย โดย 14 รายมีอาการสาหัส และ 9 รายมีอาการปานกลาง ผู้บาดเจ็บเล็กน้อย 48 ราย ได้รับการปล่อยตัวจากโรงพยาบาลแล้ว

ที่มา: Bangkok Post